xs
xsm
sm
md
lg

1 เม.ย.เริ่มมาตรการเข้ม จับปรับจริงไม่มีเตือน ยกระดับวินัยจราจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



หมดเวลาตักเตือน 1 เม.ย. นี้ เริ่มบังคับใช้กฎจราจรเข้มข้น จับจริง ปรับหนักไม่มีผ่อนผัน มุ่งยกระดับวินัย ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเข้าสู่มาตรการในการบังคับใช้กฎหมายจราจรเข้มข้นเต็มรูปแบบ หลังสิ้นสุดมาตรการตักเตือนก่อนปรับที่ใช้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านมากว่า 2 เดือน โดยเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับวินัยผู้ขับขี่ ลดอุบัติเหตุ และรักษาชีวิตประชาชนบนท้องถนนให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางหนาแน่น พร้อมตั้งเป้าลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570 ผ่านการบูรณาการทั้งด้านกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปลูกฝังวินัยจราจร

สำหรับคำสั่งตักเตือนก่อนปรับถูกกำหนดเป็นระยะเร่งด่วน (27 ม.ค. – 31 มี.ค. 2569) เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน ก่อนเข้าสู่การบังคับใช้จริง โดยข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า มีการตักเตือนผ่านระบบ PTM แล้วกว่า 190,000 ครั้ง สะท้อนพฤติกรรมเสี่ยงที่ยังพบอย่างต่อเนื่อง โดย 5 อันดับความผิดที่ถูกตักเตือนมากที่สุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับรถเร็วเกินกำหนด และความผิดอื่น ๆ เช่น ไม่ติดป้ายทะเบียน หรือใช้รถไม่ตรงตามประเภทจดทะเบียน ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง

การดำเนินงานถูกแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร

2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

3. ระยะยาว เป็นการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร

ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน เป็นต้นไป ตำรวจจราจรจะดำเนินการมาตรการในระยะที่ 2 อย่างเคร่งครัด บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ ดังนี้

1. ขับรถเร็วเกินกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

5. ขับรถย้อนศร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)

6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่: ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)

9. ขับขี่ขณะเมาสุรา: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี