xs
xsm
sm
md
lg

ส่อฉาวอีก! หนุ่มช่างนครสวรรค์ แฉว่อนโซเชียลฯ อ้างโดน ตร.ล่อซื้อ-จับเสพขับ ล่ามโซ่ทรมานเหมือนสัตว์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นครสวรรค์ – ตำรวจอีกแล้ว..หนุ่มช่างรับเหมานครสวรรค์ โดนล่อซื้อขายรถหลุดจำนำ ก่อนจับเสพแล้วขับ อ้างถูกบังคับคุกเข้าใส่กุญแจมือ-ล่ามโซ่คล้องคอ-เปลือยกายท่อนบนในห้องแอร์-ให้สายสูบแล้วพ่นควันใส่ ทรมานเหมือนสัตว์จนโรคหอบหืดกำเริบ ร้องถึงจเรตำรวจเรื่องตีกลับท้องที่ พอฟ้องเองเรื่องถึงอัยการฯยังขาดหลักฐาน-ขอเข้าคัดสำนวน กลับถูกต่อว่ารุนแรงต่อหน้าธารกำนัลซ้ำ


ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ประเสริฐ..” โพสต์ร้องเรียนผ่านโซเชียลฯ ถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ภายในสถานที่ราชการ โดยระบุว่าเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 09.50 น. วันที่ 24 มีนาคม 2569 ระหว่างเข้าติดต่อราชการภายในอาคารฝ่ายสืบสวนหลังโรงพัก แต่กลับถูกหญิงรายหนึ่ง และชายซึ่งแสดงตัวเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อว่าต่อหน้าประชาชนประมาณ 6–7 คน ทำให้รู้สึกอับอาย

ผู้โพสต์เห็นว่า หากพื้นที่ดังกล่าวไม่เปิดให้ประชาชนเข้า ควรมีป้ายแจ้งให้ชัดเจนมากกว่าการใช้ถ้อยคำตำหนิในที่สาธารณะ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาพาดพิงผู้บริหารซึ่งมองว่าปฏิบัติงานได้ดี เพียงแต่อยากให้มีการดูแลและแยกแยะพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่เป็นรายบุคคล พร้อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานการให้บริการประชาชนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในภาพรวมนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์กับเจ้าตัว ซึ่งมีชื่อเล่นว่า นายเบิร์ด อายุ 47 ปี ประกอบอาชีพเป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง ให้ข้อมูลว่า อดีตเป็นคนที่เคยต้องคดีครอบครองยาเสพติดมาก่อน ไม่ใช่เป็นผู้ขาย แต่เสพเพื่อทำงาน แม้รู้ว่าผิด แต่ก็เสพ โดยไม่สามารถหลีกหนีตราบาปนี้ได้

นายเบิร์ด เล่าว่า สาเหตุที่ต้องไปโพสต์ร้องเรียนในโลกออนไลน์ เนื่องจากวันที่ 28 ตุลาคม ปี 2568 ตนถูกตำรวจจับกุมจากการถูกล่อซื้อรถเก๋งหลุดจำนำ พร้อมถูกดำเนินคดีขับเสพ แล้วถูกควบคุมตัวไปกักขังทรมานเยี่ยงหมาภายในอาคารฝ่ายสืบสวน ด้วยการถูกจับใส่กุญแจมือ พร้อมนั่งคุกเข่าในสภาพเปลือยกายท่อนบน ใช้โซ่ขนาดใหญ่มาล่ามไว้ที่คอ โดยให้นั่งคุกเข่าอยู่ในสภาพนั้น ท่ามกลางอากาศเย็นฉ่ำจากแอร์อยู่นานหลายชั่วโมง จนโรคหอบหืดกำเริบ

“นาทีนั้นมันทรมานมากครับ ผมถูกโซ่ลามคอให้นั่งคุกเข่าเยี่ยงหมาอยู่ในห้องเย็น แถมยังถูกสาย 3-4 คน ให้มานั่งเสพยาแล้วรุมกันรมควันใส่ พร้อมพูดจากถากถาง ว่าของเคยๆ จะทำเหม็นทำไม แม้ผมจะเสพ แต่ผมรับไม่ได้ที่ถูกกระทำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานแบบนี้”

นายเบิร์ด ยืนยันด้วยว่า แม้วันนั้น ตนจะถูกจับเรื่องขายรถหลุดจำนำจริง แต่ที่ถูกดำเนินคดีในวันนั้น มีอยู่ข้อหาเดียว คือเรื่องขับเสพ ซึ่งก็ถูก ดาบ ช.ที่เคยเป็นข่าวดังก่อนหน้านี้ เรียกเงิน 5 หมื่นบาทเพื่อแลกกับอิสรภาพด้วย แต่เมื่อไม่ยอม ก็ถูกบังคับให้เซ็นยอมรับทราบข้อกล่าวหา ทั้งขายรถเถื่อนและเสพยาในขณะขับรถ แต่ตนก็ไม่ยอมเซ็นในเรื่องขายรถเถื่อน เพราะตนมองว่า มันเป็นการขายหนี้ต่อเท่านั้น จึงส่งผลให้ตนถูกไปจับขังทรมาน จนโรคกำเริบ สุดท้าย กว่าจะร้องขอชีวิตให้นำตัวพาไปส่งโรงพยาบาล ก็นานจนหมดสติไปแล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องรถที่ถูกล่อซื้อ นายเบิร์ด เผยว่า เป็นรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์ ที่คนรู้จักกันนำมาจำนำไว้ในราคา 30,000 บาท แล้วไม่มาไถ่คืน ตนมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงนำรถไปประกาศขายต่อในราคา 60,000 บาท ซึ่งก็ต้องการขายหนี้ต่อให้เขาไปทวงหนี้กับเจ้าของรถกันเอง ส่วนเรื่องยา ยอมรับว่าเสพจริง แต่ไม่เคยเป็นผู้ค้า และทุกครั้งที่เสพ ก็ใช้เพียงแค่ทำงานเท่านั้น เนื่องจากต้องทำงานรับเหมาอยู่คนเดียว แม้จะผิด แต่เมื่อเสพแล้ว ก็ช่วยทำให้ยกของหนักๆ เบาขึ้น


สำหรับเรื่องคลิปที่โพสต์ร้องเรียนไปนั้น มันเกิดจากการไปร้องเรียนจเรตำรวจว่าถูกทรมาน แล้วเรื่องถูกส่งกลับมา ให้ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเป็นคู่กรณีกับตนโดยตรง ตั้งคณะกรรมการสืบสวนกันเอง ตนมองว่า ไม่ได้รับความยุติธรรมแน่ๆ

เพราะเรื่องนี้ ถูกส่งไปถึงชั้นอัยการแล้ว แต่ก็ขาดหลักฐานหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะคลิปในวันจับกุม ที่ไม่ถูกส่งให้เพื่อนำไปประกอบหลักฐาน โดยฝ่ายตำรวจอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่สามารถบันทึกภาพและเสียงได้ เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ตนจึงตัดสินใจว่า จะเป็นฝ่ายยื่นเรื่องฟ้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองแทน แต่เมื่อไปถึง กลับไม่ได้รับการอำนวยความสะดวก แถมยังถูกชาย-หญิงตามที่ปรากฏในคลิป โชว์ปืนและต่อว่าไล่ให้ออกจากสถานที่ราชการ ทั้งที่ตนแค่ต้องการมาขอคัดสำนวน และจะสอบถามรายละเอียดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการมาหาเรื่องอะไร

ผู้สื่อข่าวถามตรงแบบไม่อ้อมค้อม ถึงเรื่องที่ถูกจับ นายเบิร์ดจึงยอบรับว่าในวันนั้น ทั้งหมดตนเป็นผู้กระทำผิด พร้อมกับเรียกร้องว่า ถึงแม้จะผิด แต่การถูกกระทำเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ถูกใส่กุญแจมือ ใช้โซล่ามคอแล้วให้นั่งคุกเข่าเหมือนหมา จนโรคกำเริบ มันใช่สิ่งที่มนุษย์ควรกระทำต่อกันหรือไม่ ตนผิดข้อหาไหน ก็ควรส่งดำเนินคดีไปตามความผิด ตนก็พร้อมสู้คดีตามกติกา แต่ทำไมต้องเอาตนไปทรมานเพื่อให้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหาเยี่ยงนี้


นายเบิร์ด ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมาพยายามร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับตนเองมาตลอด จนได้พบกับ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ ซึ่งเขาก็ช่วยค่าซ่อมแซมมือถือที่ถูกตำรวจทำจอแตกมาเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมกับเรียกให้หัวหน้าชุดที่จับกุมตนในวันนั้น มาขอโทษตนต่อหน้าแล้ว แต่เมื่อเดินลงจากตึกอาคารมา กลับเจอตำรวจคนที่จับตนไปทรมานมายืนยิ้มเหมือนจะเยาะเย้ยใส่อีก ตนจึงรับไม่ได้ ยืนยันว่า จะฟ้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตนต้องการให้เขาออกจากราชการเลย หากตนทำไม่ได้ ก็ถือเป็นบาปของประเทศไทยที่ยังมีตำรวจแบบนี้ใช้วิธีทรมานเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานต่อไป.