กระแสวิจารณ์เดือดบนโลกออนไลน์ กรณีแคมเปญงดใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT หลังธุรกิจขนส่งประกาศระงับการเติมน้ำมัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต้องวอนสังคมเห็นใจ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ด้าน "ปานเทพ" โพสต์ตั้งคำถามจุดชนวนชาวเน็ตถกสนั่น แตกเป็นสองมุมมอง ทั้งกลุ่มที่ขอใช้สิทธิผู้บริโภคกดดัน และกลุ่มที่ยึดความสะดวกเป็นหลัก
จากประเด็นดราม่าร้อนแรงบนโลกออนไลน์ กรณีแคมเปญงดใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT หรือกระแส "แบนปั๊ม PT" ที่ลุกลามจนถึงขั้นมีผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งประกาศยกเลิกการใช้บริการ ล่าสุดกลุ่มผู้ประกอบการแฟรนไชส์ต้องออกมาวอนสังคมขอความเห็นใจ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง ขณะที่โลกโซเชียลเกิดการถกเถียงอย่างหนักหลัง "ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์" โพสต์ตั้งคำถามถึงประเด็นดังกล่าว
สืบเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อสังคมออนไลน์ จนนำไปสู่การที่เจ้าของธุรกิจขนส่งรายหนึ่งประกาศจุดยืนยุติการใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT โดยสั่งการให้พนักงานขับรถในสังกัดระงับการเติมน้ำมันและคืนบัตรเครดิตน้ำมัน (Fleet Card) ทันที ส่งผลให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบในวงกว้าง
ล่าสุด มีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ประกอบการเจ้าของแฟรนไชส์สถานีบริการน้ำมัน PT ออกมาเรียกร้องขอความเห็นใจจากสังคม โดยชี้แจงว่าทางแฟรนไชส์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง และไม่ได้มีส่วนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด พร้อมระบุว่ากระแสการแบนในครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคนทำมาหากินที่ต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินธุรกิจไม่ต่างจากผู้บริโภคทั่วไป
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (1 เม.ย.) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นักวิชาการ สื่อมวลชน และคณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อตั้งคำถามต่อประเด็นดังกล่าวว่า
”“เลิกเติมปั๊ม PT” ใครคิดแบบนี้บ้าง? เพราะอะไร?” โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นเกือบ 5,000 ข้อความ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าทิศทางของความคิดเห็นแตกออกเป็น 2 มุมมองหลัก
กลุ่มสนับสนุนการงดใช้บริการ (ใช้สิทธิผู้บริโภค) มองว่าการเลือกบริโภคเป็นสิทธิและอำนาจต่อรองของประชาชน โดยระบุความเห็นอาทิ "ขอทุกคนช่วยกันเลิกเติมปั๊ม PT เพราะมันเป็นอำนาจที่ประชาชนมี เผื่อบางคนจะคิดอะไรได้บ้าง", "หลังจากดูรายการข่าว เลิกเติม PT เลิกกินพันธุ์ไทย" และบางส่วนระบุว่าพร้อมเปลี่ยนไปใช้บริการปั๊มอื่นเนื่องจากเป็นเรื่องที่ปรับเปลี่ยนได้ไม่ยากเย็น
กลุ่มเน้นความสะดวกและไม่ตามกระแส มองว่าการเลือกสถานีบริการน้ำมันควรขึ้นอยู่กับความสะดวก คุณภาพ และเหตุปัจจัยส่วนตัวมากกว่าการอิงกระแสการเมือง โดยระบุความเห็นอาทิ "ไม่คิดค่ะ ไม่จำเป็นต้องเลือกปั๊ม สะดวกปั๊มไหนได้หมด", "จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนทำไม ผ่านปั๊มไหนก็เข้าเอาที่สะดวก", "ไม่เคยตามกระแสเลย ใช้ชีวิตตามที่ตัวเองสะดวก จะได้ไม่ลำบาก" รวมถึงหลายความเห็นยังคงชื่นชอบโปรโมชันบัตรสมาชิกและรสชาติของร้านกาแฟพันธุ์ไทยตามปกติ
ทั้งนี้ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่จับตาว่า ทิศทางของแคมเปญนี้จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมยอดขายของบริษัทแม่และผู้ประกอบการรายย่อยในระยะยาวมากน้อยเพียงใด

