ตม. ร่วมกับตำรวจนครบาล และกรมจัดหางานบุกจับกุมโรงเรียนนานาชาติ ย่านประเวศ เปิดสอนและใช้ครูต่างชาติไม่มีใบอนุญาต
วันนี้ (2 เม.ย.) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใน สตม.ทุกนาย ปฏิบัติตามคำสั่งโดยเคร่งครัด ในการปราบปรามบุคคลต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา
โดยชุดปฏิบัติการที่ 1 กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่งย่านถนนประเวศ เปิดโรงเรียนโดยไม่มีใบอนุญาต และมีครูต่างชาติสอนจำนวนมากโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงได้ประสานงานกรมการจัดหางาน และ สน.ประเวศ เพื่อวางแผนเข้าร่วมตรวจสอบกรณีดังกล่าว
กระทั่งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.00 น. พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกับ พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.พงศ์จักร จักษุรักษ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ และ นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่สืบสวน บก.ตม.1 สนธิกำลังกับ ฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน ร่วมกันเข้าตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่า โรงเรียนนานาชาติดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนตามกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการใช้ชาวต่างชาติมาเป็นอาจารย์สอนวิชาต่างๆ รวมทั้งเป็นลูกจ้างภายในโรงเรียนจำนวนมาก ซึ่งหลังจากตรวจสอบเอกสารรายบุคคลแล้วพบบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานถึง 10 ราย ในจำนวนนี้มีบุคคลต่างด้าวหลายสัญชาติ อาทิ อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน ไนจีเรีย เป็นต้น จึงได้จับกุมส่ง สน.ประเวศ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้เปิดสอนมานานกว่า 1 ปีแล้ว มีจำนวนนักเรียนมากกว่าร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นชั้นอนุบาลและประถมศึกษา ทางโรงเรียนได้ทำการเปิดรับสมัครนักเรียนและทำการเรียนการสอนไปก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดโรงเรียน และยังใช้บุคคลต่างด้าวจำนวนมากมาเป็นครูผู้สอน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้องแต่อย่างใด
ด้าน พล.ต.ต.ประสาธน์ ได้เน้นย้ำว่า การจะนำเอาบุคคลต่างด้าวเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้นั้น ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายโดยเคร่งครัด ทั้งในเรื่องของวีซ่าและใบอนุญาตทำงานตามประเภทงานและพื้นที่ที่ตนเองทำงาน นอกจากนี้ กรณีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทุกคนที่ต้องระมัดระวังในการหาโรงเรียนนานาชาติต่างๆ ที่จะนำบุตรหลานเข้ารับการศึกษา
เพราะหากเป็นโรงเรียนที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายเช่นนี้ โรงเรียนอาจจะถูกปิดทำการเมื่อใดก็ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียร้ายแรงทั้งกับท่านและบุตรหลานได้ ดังนั้นจึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชนไปยังพี่น้องประชาชน หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการทำงานของบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง1599 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ 1178 สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

