xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" การันตีครม.ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนน้ำมัน ปัดอุ้มนายทุนสำนึกบุญคุณปชช.เลือกมา รับฟังโซเชียลด่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



นายกฯ ออกโรงการันตี คณะรัฐมนตรี ไม่มีใครมีผลประโยชน์ทับซ้อน” ปมวิกฤตน้ำมัน พร้อมโต้ข่าว "อุ้มนายทุน" บอกสำนึกบุญคุณปชช.เลือกเข้ามา ไม่มีทางที่จะเห็นคนอื่นดีกว่า บอกรับฟังทุกคำวิจารณ์บนโซเชียล มองแม้มีคำตำหนิยังมีข้อแนะนำ

วันนี้ (2เม.ย.) ที่ทำเนียบฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการขึ้นภาษีสรรพสามิตดีเซลจะดำเนินการเลยหรือไม่ว่า วันนี้อยู่ที่การนำเสนอของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เราก็หาช่องทางทุกช่องทางในการที่จะลดภาระของพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความมั่นใจว่าเราจะป้องกันดูแลไม่ให้เกิดการกักตุน ซึ่งก็มีหลายปัจจัย โดยเฉพาะเรื่องของราคาถ้าไปดูของมาเลเซีย เราก็ต้องหาจุดบาลานซ์

เมื่อถามว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน หากได้เป็นรัฐบาลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว จำเป็นจะต้องออกพระราชกำหนดกู้เงินหรือไม่อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เราจะใช้ทุกวิถีทางแต่ก็ต้องดูเรื่องวินัยการเงินการคลังรายได้ของรัฐและสวัสดิภาพ ค่าใช้จ่ายประชาชน ซึ่งต้องดูหลายองค์ประกอบรวมกัน เป้าหมายคือประชาชน ต้องมั่นใจตรงนี้ก่อน

"ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลอุ้มนายทุน อุ้มนักธุรกิจ อันนี้ต้องเรียนเลยว่า ผมสำนึกเสมอมา ได้เพราะประชาชนไม่มีทางแม้แต่จะคิดว่าจะเห็นคนอื่นดีกว่าพี่น้องประชาชนไม่มีทางที่จะคิดปกป้องคนไหนก็ตามมากกว่าคนที่เลือกผมมาตรงนี้ต้องพูดให้ชัดไม่เช่นนั้นก็มีแต่คนไปพูดเยอะแยะไปหมด ลงโพสต์ลงอะไรทำให้เกิดความสับสนในกระแสสื่อต่างๆมันเป็นไปได้อย่างไร วันนี้เราสำนึกเป็นอย่างดีว่ามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ใครเลือกเรามาใครให้ความไว้วางใจเรามา ใครให้โอกาสกับเรา ฉะนั้นไม่มีทางจำไว้เลยว่าไม่มีทางที่ ผมจะเห็นใครดีกว่าพี่น้องประชาชน" นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า บนโลกโซเชียลรุมด่านายกรัฐมนตรีเยอะมากบริหารความรู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตนรับฟังหมดในขณะที่เขียนตำหนิมาบางคนได้ให้ข้อคิดและแนวทางเราก็ฟังเราเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นคนสาธารณะเปิดโอกาสให้ทุกคนวิพากษ์พิทักษ์วิจารณ์ได้

เมื่อถามว่าเครียดหรือไม่ เมื่อเห็นคอมเม้นต์ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องบริหารให้ได้จะบอกว่า โหยยิ้มอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไร มันไม่ได้หรอก แต่รู้สึกไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิ์ของพี่น้องประชาชนที่จะแสดงความคิดเห็น แต่อย่างที่บอกในทุกคำวิพากษ์วิจารณ์และทุกความเห็นจะมีข้อแนะนำ

เมื่อถามว่า ให้กำลังใจพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างไร ตอนนี้กระแสโซเชียลโจมตีนักนายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ต้องให้กำลังใจกันหรอก ทุกคนมาถึงสถานะนี้ได้ ก็ต้องทำงานหนัก ถ้ามัวแต่ขอกำลังใจในการทำงานก็เปลี่ยนดีกว่า ไม่ต้องไปขอกำลังใจใคร ทำงานให้ถูกต้องอย่างเต็มที่และทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนไม่ต้องไปขอกำลังใจจากใคร

เมื่อถามว่า จะต้องตั้งทีมทำความเข้าใจกับประชาชนในแต่ละประเด็นที่ถูกโจมตีหรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า แต่ละคณะมีการแถลงข่าวและมีโฆษกอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า ณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) สอบผ่านหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าข้อมูลที่แถลงเขาก็ได้มาจาก ศบก.ไม่ใช่ผ่านหรือไม่ผ่าน ซึ่งการเป็นโฆษกเขาไม่ได้คิดเองแต่ข้อมูลได้จากการรายงานของ ศบก.ก็ออกมาสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบ

เมื่อถามว่า จะการบริหารความรู้สึกประชาชนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สถานการณ์แบบนี้ อย่างเมื่อเช้ามีแถลงจากอเมริกา ต้องปรับเปลี่ยน ฟังแล้วมันดีไหม แม้เราเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเราก็ต้องมานั่งดูแลประโยชน์ของประเทศเราให้ได้มากที่สุด ที่จริงของบางอย่างต้องให้ผลของงานเป็นตัวพิสูจน์ เพราะบางอย่างบอกไม่ได้ ว่าจะไปดำเนินการอะไรอย่างไร แต่เรื่องของข้อมูลเป็นความลับทางราชการก็มี เราก็ทำงานให้เต็มที่ ซึ่งรับรองได้ว่าทุกคนทำงานเต็มที่

"และยืนยันว่าไม่มีใครในคณะรัฐมนตรี มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องสถานการณ์น้ำมันในขณะนี้ ยืนยันจริงๆขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มี และคงไม่พูดขนาดว่าถ้ามีก็ไม่เลี้ยงไว้ เพราะมันไม่มี ก็เลยไม่ต้องไปพูด" นายอนุทิน กล่าว

อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายนายพิพัฒน์จะมารายงานงานในส่วนของกระทรวงคมนาคม แต่แน่นอนก็ต้องพูดถึงเรื่องสถานการณ์น้ำมันด้วย

เมื่อถามถึงการเรียกเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เข้าพบได้คุยอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า เลขาสมช.มาสรุปเรื่องการทำงานในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เพราะเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล ก็จะมีการเปลี่ยนคณะเจรจาต่างๆก็มานั่งพูดคุยกันและยังพูดคุยถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางผลกระทบอะไรต่างๆจะรับมืออย่างไรในสถานะของประเทศไทยต้องทำอย่างไรก็ได้รับทราบข้อมูล