รอง ผบ.ตร.เผยผลตรวจคลัง-จ๊อบเบอร์-ปั๊ม 39 แห่ง พบพิรุธ 6 แห่ง เชื่อว่ากักตุนน้ำมัน แฉพฤติกรรม มีน้ำมันในคลังแต่ลดการจ่าย ขณะที่คลัง 4 แห่งไม่มีน้ำมันเลย ทั้งที่โรงกลั่นส่งให้ปกติ ขณะบางปั๊มสั่งน้ำมันแล้วเอาไปขายข้างนอก ฟันกำไรสูงกว่าขายในปั๊มลิตรละ 10 บาท
วันที่ 3 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวกับศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กรณีการตรวจสอบกรณีการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมันในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ไปดูสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤต จากการสุ่มสถานีบริการที่มีการปิดตัวลง ได้ย้อนไปดูว่าสถานีบริการนั้นมีคลังน้ำมันในบางพื้นที่ทำหน้าที่ส่งน้ำมันไปที่สถานีบริการต่างๆ
“เราพบว่ามีสถานีบริการทั้งหมด 27 แห่ง แล้วก็ 12 จ๊อบเบอร์ ที่ทำหน้าที่ส่งไปสถานบริการน้ำมันที่มีการปิดตัวลง จากจำนวนรวม 39 แห่งที่เราตรวจสอบทั้งหมด เราพบว่ามีอยู่ประมาณ 6 แห่งที่น่าสงสัยและน่าเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมัน แล้วก็มีการจับกุมเพิ่มเติมในส่วนการขนส่งครับ” พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าว
พล.ต.อ.ธัชชัย ยกตัวอย่างพฤติกรรมที่ตรวจพบ อาทิ การมีน้ำมันในคลังแต่ลดการจ่ายลงผิดปกติ โดยในเดือนกุมภาพันธ์มีการจ่ายเฉลี่ยราว 18 ล้านลิตร แต่ในเดือนมีนาคมลดลงเหลือประมาณ 11 ล้านลิตร ทั้งที่โรงกลั่นยังผลิตและส่งน้ำมันเต็มกำลัง สะท้อนลักษณะการเก็งกำไร
นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ภาคเหนือ พบว่าปกติจำหน่ายน้ำมันวันละกว่า 2 ล้านลิตร แต่ช่วงวิกฤตกลับลดเหลือเพียงประมาณ 1.2 ล้านลิตร และบริเวณนั้น เราได้ไปตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ในภาคเหนือตอนล่างเราพบว่ามีปัญหาการขาดแคลนน้ำมันอย่างมาก น่าเชื่อว่าจะมีการกักตุน
อีกส่วนหนึ่ง เราพบว่าคลังน้ำมัน 4 แห่งที่ไม่มีน้ำมัน ในขณะที่โรงกลั่นได้ส่งน้ำมันมาให้อย่างเต็มที่ ตรงนี้ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม อาจเป็นการนำน้ำมันไปไว้ที่อื่น หรือมีประเด็นอื่นอย่างไร เรากำลังตรวจสอบ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้คลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่ายออกมา ทั้งที่โรงกลั่นส่งน้ำมันมาให้
นอกจากนี้ มีการตรวจสอบพบ จับกุมสถานีบริการน้ำมันที่ใช้วิธีการสั่งน้ำมันไปแล้วไม่ได้ลงน้ำมัน แต่กลับข้ามไปจำหน่ายบริเวณภายนอก ซึ่งจะได้กำไรมากกว่าหน้าปั๊มอยู่ ลิตรละ 10 บาททันที เช่นส่งมาให้ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตรกรรม โดยไม่ต้องจำหน่ายหน้าปั๊ม
“เรามีการจับกุมเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วครับ ในช่วงวิกฤต พบว่ามีสถานีบริการน้ำมันได้สั่งน้ำมันไปลงที่ลาดกระบัง แต่ว่าแท้ที่จริงไปแอบไปลงที่นครสวรรค์ และพบการกักตุนน้ำมันอยู่หลังบริเวณปั๊ม ซึ่งลักษณะนี้เราเชื่อว่าจะมีลักษณะของพฤติกรรมอย่างนี้อยู่อีกหลายๆ ที่ ซึ่งตรงนี้อยู่ระหว่างการขยายผลครับ” พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าว
ส่วนการลักลอบส่งออก พบความเคลื่อนไหวที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยใช้รถบรรทุกน้ำมันขนาดประมาณ 40,000 ลิตร อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะเดียวกัน กรณีคลิปในติ๊กต๊อกที่อ้างเป็นเขมร กำลังถ่ายน้ำมันลงเรือประมงกลางทะเลนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือของคนไทย คนในติ๊กตอกก็น่าชื่อว่าเป็นคนไทย มีลูกเรือทั้งหมด 6 คน และเป็นเรือที่สวมทะเบียนชื่อโชคชลกร ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าของเรือ และติดตามมาตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

