เตรียมตัวจ่ายตั๋วเครื่องบินแพง วิกฤตสงครามสหรัฐ-อิหร่านทำสายการบินบวกเพิ่มภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง จนทัวร์ต้องเรียกเก็บจากลูกค้าเพิ่มคาดกระทบลูกค้าใหม่ที่ยังไม่ตัดสินใจ อาจชะลอ-ยกเลิกการเดินทางAir Asia X ขึ้นราคาตั๋วสูงสุด 40% ตามด้วย AOT ขึ้นภาษีสนามบินจาก 730 เป็น 1,120 บาท 20 มิถุนายนนี้
การสู้รบระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน ที่กินเวลาเดือนเศษก่อนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่เป็นต้นทุนแทบทุกด้านของการดำรงชีวิต สินค้าหลายตัวปรับราคาขึ้น ทั้งกระทบจริงและคาดว่าจะกระทบในอนาคต
แม้ว่ารัฐบาลสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำมัน ด้วยการลดการอุดหนุนราคาน้ำมัน ส่วนใครจะได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นทีเดียว 6 บาทต่อลิตร และถัดมากปรับอีก 7 บาทต่อลิตรในเวลา 2 วัน เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจับตาไปที่รัฐบาลว่าจะดำเนินการหาไอ้โม่งตัวจริงได้หรือไม่
เดิมรัฐบาลจะคุมราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 33 บาทต่อลิตร สุดท้ายต้องปล่อยราคาจนดีเซลขยับขึ้นไปเกินลิตรละ 50 บาทแล้ว ก่อนที่จะปรับราคาลงมาในช่วงสงกรานต์ เหลือลิตรละ 44.40 บาท ท่ามกลางการจับตามองว่าการปรับขึ้นราคาก่อนหน้านี้เอื้อประโยชน์กับกลุ่มทุนใดหรือไม่
เสียโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจ
ราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ค่าเรือโดยสารทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบปรับขึ้นราคาไปแล้ว รถตู้เส้นทางต่างจังหวัดก็ปรับขึ้นราคาไปแล้วเช่นกัน
ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายกังวลกันว่าช่วงที่น้ำมันจากแคลนจากทั้งความตกใจและการกักตุน อาจกระทบต่อการเดินทางกลับภูมิลำเนาของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ตอนนี้เรื่องขาดแคลนน้ำมันนั้นจบไปแล้ว ด้วยการแก้ปัญหาปล่อยให้ราคาขึ้นไป
กลายเป็นปัญหาใหม่และใหญ่กว่าเดิม ที่ต้องแก้กันในวงกว้างคือราคาสินค้าอื่นปรับราคาขึ้นกันอีกหลายรายการ ส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตและทิศทางของอัตราดอกเบี้ยในประเทศทั้งฝั่งเงินฝากและเงินกู้ ซึ่งเป็นตัวบั่นทอนเศรษฐกิจของประเทศ
แม้สงกรานต์ปีนี้บางท่านจะขับรถกลับต่างจังหวัด แล้วมีน้ำมันเติมเหมือนปกติ แต่ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้คนไม่น้อยเช่นกัน อาจทำให้จำนวนผู้เดินทางอาจน้อยลงกว่าปีก่อน หรือบางส่วนหันไปใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น ที่บขส.คาดว่าจะตรึงราคาเดิมไว้จนถึงวันที่ 19 เมษายน 2569 ขณะที่รถตู้และมินิบัสได้ปรับราคาขึ้นไปแล้วในบางเส้นทาง
“ปีนี้คนกลับต่างจังหวัดอาจไม่คึกคักมากนัก ทั้ง ๆ ที่มีวันหยุดต่อเนื่องยาว การท่องเที่ยวในประเทศและการจับจ่ายใช้สอย อาจมีข้อจำกัดมาจากปัจจัยด้านพลังงาน และราคาสินค้า กลายเป็นว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์แทนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้กลับกลายเป็นเรื่องที่คนไทยต้องระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย”
เรียกเก็บลูกทัวร์เพิ่ม
ขณะที่การท่องเที่ยวจากไทยไปต่างประเทศก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางผ่านบริษัททัวร์อาจถูกเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม ราว 500-1,200 บาทต่อคน
แหล่งข่าวอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นว่า เรื่องเก็บเพิ่มภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นที่จริงก็มีการเขียนระบุไว้ในสัญญา เพียงแต่หากเป็นช่วงเวลาปกติก็จะไม่มีการเรียกเก็บเพิ่ม แต่ครั้งนี้ทุกคนทราบดีว่ามีสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอลกับอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกขยับขึ้น สายการบินต้องปรับภาษีน้ำมันเพิ่มตามราคาน้ำมัน
การที่ทัวร์เรียกเก็บภาษีน้ำมันเพิ่มนั้น เป็นเพราะการขายโปรแกรมทัวร์นั้นยังไม่มีการชำระเงินค่าตั๋วโดยสาร เป็นเพียงแค่การจองไว้ก่อน แล้วมาค่อยมาชำระเงินใกล้วันเดินทาง เช่น โปรแกรมทัวร์ใช้เวลาขายจนถึงเดินทาง 3 เดือน ระหว่างนี้ยังไม่มีการชำระเงินค่าตั๋วเดินทาง แต่เกิดภาวะสงครามราคาน้ำมันขึ้น สายการบินปรับเพิ่มภาษีน้ำมัน ตรงนี้ผู้ซื้อโปรแกรมทัวร์นั้นก็ต้องชำระเงินเพิ่ม
เว้นแต่บางโปรแกรมที่มีการชำระเงินค่าตั๋วทั้งหมดไว้ก่อนการปรับขึ้นภาษีสนามบิน แล้วเกิดการสู้รบ ราคาน้ำมันขึ้น ตรงนี้ลูกทัวร์ไม่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะได้ชำระเงินไว้ก่อนหน้าแล้ว
ดีกว่า Covid
สำหรับลูกทัวร์คนไทยส่วนใหญ่ตอนนี้คงเห็นแต่ภาษีน้ำมันของสายการบินแถบเอเชียที่ปรับขึ้น เพราะเส้นทางหลักอย่างยุโรปที่ต้องต่อเครื่องแถบตะวันออกกลางตอนนี้หลายทัวร์ยกเลิกเพราะมีความเสี่ยง หรือถ้าจะบินตรงไม่ผ่านจุดพักแถบตะวันออกกลางก็มี แต่ค่าโดยสารจะแพงมาก
ถ้ามองด้านบวกก็ยังถือว่าโชคดีกว่าสถานการณ์ Covid เพราะยังสามารถเดินทางได้ ซึ่งโชคดีที่จีนมีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ สวย ๆ ให้ได้ไปเยี่ยมชม แน่นอนว่าเส้นทางในช่วงนี้หนีไม่พ้นเอเชีย เป้าใหญ่สำหรับคนไทยหนีไม่พ้นจีนกับญี่ปุ่นเป็นหลัก
ช่วงนี้บริษัททัวร์ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าว่ามันเป็นเรื่องที่สุดวิสัย หากต้องการเดินทางยอมจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยก็ได้เดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่เลือกไว้ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นหลักสากล
ตอนนี้เริ่มเห็นบางโปรแกรมเริ่มเขียนที่หน้าโปรแกรมแล้วว่า รวมภาษีน้ำมันแล้ว หรือไม่รวมภาษีน้ำมัน เพื่อความชัดเจนกรณีเกิดปัญหาขึ้น
ส่วนตัวมองว่าลูกค้าที่ซื้อทัวร์ไว้แล้ว ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาอาจมีลูกทัวร์บ่น ๆ บ้าง แต่ที่จะมีปัญหาคือลูกค้าที่ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อเห็นการเรียกเก็บเงินเพิ่มเลยอาจชะลอการเดินทางออกไป เพราะมันคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ค่าตั๋วโดยสารเพิ่มแน่
นอกจากนี้ยังมีส่วนที่ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มขึ้นอีกคือ ภาษีสนามบิน ซึ่งประเทศไทยโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) ประกาศปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศใหม่ เป็น 1,120 บาท (จากเดิม 730 บาท) มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของประทศไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่
ส่วนอัตราค่าบริการผู้โดยสารภายในประเทศยังคงเดิมที่ 130 บาทต่อคน เพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ
ค่าโดยสารเครื่องบินจะรวมทั้งต้นทุนของสายการบิน ภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและภาษีสนามบิน ตอนนี้เราเจอเรื่องภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงและกำลังเจอภาษีสนามบินที่กำลังจะปรับขึ้น ขณะที่ตัวสายการบินอย่าง Air Asia X ประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารสูงสุดถึง 40% พร้อมลดจำนวนเที่ยวบินบางส่วน ขณะที่ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงปรับเพิ่มประมาณ 20%
นี่คือผลของสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้การเดินทางโดยเครื่องบินประสบปัญหาและตัองปรับค่าบริการเพิ่ม
ราคาตั๋วอาจเพิ่ม 40%
จุดต่อเครื่องบินที่สำคัญของโลกอย่างตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้นักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปไม่สามารถเดินทางมายังโซนเอเชียได้ เช่นเดียวกัน นักท่องเที่ยวจากโซนเอเชียก็ไม่สามารถเดินทางไปเส้นทางยุโรปได้เช่นกัน แน่นอนว่ายอดนักท่องเที่ยวในปีนี้อาจไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์
แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเมินว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากทุกปัจจัย ที่จะบวกรวมไว้ในตั๋วโดยสารนั้นอาจเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 40% แน่นอนว่ามีผลต่อการตัดสินใจของผู้เดินทางไม่น้อย ขณะที่สภาพเศรษฐกิจของไทยเองก็ไม่ดีนัก การหารายได้ทำได้ลำบาก คนที่ยังมีงานทำอยู่ก็ต้องประคับประคองตัวเองให้ผ่านวิกฤตินี้ให้ได้ก่อน ซึ่งจากข้อมูลที่มีเราเริ่มเห็นสัญญาณการถดถอยของผู้เดินทางมาตั้งแต่ช่วงดือนกุมภาพันธ์ก่อนเกิดเหตุสหรัฐกับอิหร่าน ยอดคนเดินทางหายไปราว 60%
เมื่อรวมกับค่าโดยสารที่จะเพิ่มขึ้นอีก เชื่อว่าการท่องเที่ยวไปต่างประเทศของคนไทยในปีนี้อาจไม่สดใสนัก
แล้วแต่นโยบาย
อย่างไรก็ตามปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเท่านั้น ประเทศอื่นก็เจอปัญหาในลักษณะเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ปัญหาของแต่ละประเทศได้อย่างไร อย่างกรณีญี่ปุ่น ก็จะมีการเก็บภาษี Sayonara Tax ที่ใช้กับทุกคนทั้งนักท่องเที่ยวหรือคนญี่ปุ่นที่เดินทางออกนอกประเทศ เดิมเก็บ 1 พันเยนจะเพิ่มเป็น 3 พันเยนเริ่ม 1 กรกฎาคม 2569 โดยจะรวมไว้ในตั๋วเครื่องบิน
ก่อนหน้านี้เราอาจมองว่าค่าเงินบาทแข็งค่าเทียบกับเยน ได้เปรียบน่าไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นมีนโยบายลดความแออัดของนักท่องเที่ยว มีการเก็บเพิ่มภาษีต่าง ๆ นอกจาก Sayonara Tax แล้วยังมีการเรียกเก็บภาษีโรงแรมเพิ่มอีก
เรื่องภาษีน้ำมัน เชื่อว่าทุกสายการบินก็ต้องปรับเพิ่มขึ้นทั้งนั้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางจบเร็วย่อมเป็นเรื่องดี
เชื่อว่าจากนี้ไปค่าใช้จ่ายเพื่อการเดินทางโดยเครื่องบินจะสูงขึ้น มากน้อยขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ ถ้ามองในด้านการท่องเที่ยว ราคาตั๋วเครื่องบินถือเป็นองค์ประกอบหลักของต้นทุนในการเดินทาง ราคาตั๋วยิ่งสูงยิ่งเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจเดินทางมาหรือไปของผู้เดินทาง
บางประเทศมีนโยบายจำกัดนักท่องเที่ยวด้วยการใช้ภาษีหรือเพิ่มค่าธรรมเนียม ตอนนี้ก็ต้องทบทวนว่ายังจะใช้นโยบายเดิมอยู่ได้หรือไม่ เพราะต้นทุนของการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ย่อมเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจ ถ้ามั่นใจในศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวก็คงนโยบายเดิมไว้ได้
ในทางกลับกันก็ต้องประเมินเช่นเดียวกันว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น จะส่งผลให้ลูกค้าเราหายไปมากน้อยเพียงใด
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j

