xs
xsm
sm
md
lg

แม่ทัพภาคที่ 4 ขอโทษ ฐานปากพร่อยพาดพิงปอเนาะ 'อนุทิน' ช่วยออกหน้ารับอีกแรง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แม่ทัพภาค 4 กล่าวขอโทษปมพาดพิงปอเนาะ ด้านอนุทินในฐานะ ผอ.รมน. บินด่วนลงใต้ช่วยเคลียร์อีกแรง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้มองในแง่ลบ พร้อมขอโทษประชาชนซ้ำที่ทำให้เกิดความกังวลใจ

การลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถือว่ามีนัยทางการเมืองและกิจการด้านความมั่นคงพอสมควร เพราะได้มีการปิดห้องพูดคุยกับ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีร่วม ถึงเหตุการณ์ที่มีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถเอาผิดคนสั่งการได้

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ยังได้เดินทางไปยังค่ายสิริธร จังหวัดปัตตานี เพื่อประชุมร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ติดตามสถานการณ์ความไม่สงบและการพัฒนาพื้นที่ ในการนี้ นายอนุทิน ได้ออกมาขอโทษประชาชนจากกรณีที่พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พูดพาดพิงโรงเรียนปอเนาะในทำนองว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะผู้ก่อความไม่สงบ

นายอนุทิน กล่าวว่า ได้พูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว ซึ่งท่านยอมรับว่าเป็นการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนภายใต้สภาวะความกดดันและการเร่งรัดภารกิจจากส่วนกลาง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่ากองทัพมีความทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอโทษประชาชนด้วยความเต็มใจ ซึ่งตนเองในฐานะ ผอ.รมน. ก็ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้เกิดความกังวลใจเช่นกัน และยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้มองสถาบันปอเนาะในแง่ลบ แต่อาจมีเพียงบางจุดที่ต้องเข้าไปดูแลตามกฎหมายเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม

ด้าน พล.ท.นรธิป ระบุว่า ขอโทษต่อพี่น้องประชาชน ส่วนตัวอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งขอยืนยันว่าในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงคดีของนายกมลศักดิ์ ว่า คดีดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้ติดตามอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด แม้จะอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการศูนย์สืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 โดยภายหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ต้องหาคนที่ 1 ผู้ต้องหาที่เป็นคนขับรถ และผู้ต้องหามือปืน ซึ่งสามารถจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ต้องหาอีก 1 รายที่เกี่ยวข้องกับการนำรถของกลางไปชำแหละ