สุราษฎร์ธานี - เช็คบิล! ตม.สุราษฎร์ธานี เดินหน้าลุยตรวจสอบโรงแรมต้องสงสัยใช้บริษัทนอมินีบังหน้า ในเกาะพะงัน พบถูกครอบงํา กิจการโดยชาวอิสราเอล รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีตามกฎหมายทันที
พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดํารงสกุล ผบก.ตม. 6 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม สั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ตรวจสอบกลุ่มคนต่างชาติที่ เข้ามาประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้บริษัทนอมินีบังหน้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจ และ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง จ.ภูเก็ต และ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ จํานวนมาก โดยให้สืบสวนหาข่าว ตรวจสอบและติดตามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอย่างเข้มงวด หากพบการกระทําความผิดให้ดําเนินการตามกฎหมายทันที
ต่อมา พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อม นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง หมู่ 4 ต.บ้านใต้ อ.เกาะพะงัน ซึ่งได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีคนต่างด้าวเป็นเจ้าของโรงแรม และ มีแรงงานต่างด้าวทํางานอยู่ ภายในโรงแรมจํานวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าโรงแรมดังกล่าว ดําเนินการอยู่ภายใต้บริษัทที่มีบุคคล สัญชาติไทย ถือหุ้น 51% และ มีคนต่างด้าวสัญชาติอิสราเอล ถือหุ้น 49% โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบข้อพิรุธ ต้องสงสัยในการดําเนินกิจการสื่อให้เห็นว่าน่าจะเป็นการดําเนินธุรกิจ ที่อําพรางให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า ผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวสัญชาติอิสราเอล เป็นผู้ลงทุน และ ดําเนินกิจการโดยตนเองทั้งหมด โดยผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ไม่ได้ลงทุนและไม่มีส่วนร่วมในการ ดําเนินกิจการโรงแรมดังกล่าวแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ร่มไทร รอง ผกก สอบสวน สภ.เกาะพะงัน ให้ดําเนินคดีกับผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย 1 ราย สัญชาติอิสราเอล 1 ราย และ บริษัทนิติบุคคลอีก 2 ราย ในข้อหา “นอมินี” ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของ คนต่างด้าว พ.ศ.2542 จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป
พล.ต.ต.ชูธเรศ ฯ กล่าวอีกว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กําชับให้เร่งปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและชาวต่างชาติที่ กระทําผิดกฎหมายในราชอาณาจักร โดยเฉพาะการประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือใช้บริษัทนอมินี เป็นการแย่งอาชีพคนไทย อย่างจริงจัง และขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวต่างชาติที่เข้ามาพํานักในประเทศไทย ขอให้ปฏิบัติตนตามกฎหมาย หากมีการกระทําความผิดจะต้องถูกดําเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย

