ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CCTV) เมื่อวันอาทิตย์ ( 19 เม.ย.) ศูนย์ภูมิอากาศแห่งชาติระบุว่า มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญในเดือนพฤษภาคม
การพยากรณ์ ซึ่งอาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์และแบบจำลองหลายแบบบ่งชี้ว่า ปรากฎการณ์เอลนีโญอาจเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ( มี.ค.-พ.ค.) ปี 2569 โดยมีโอกาสสูงที่จะก่อตัวในระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ( ก.ย.-พ.ย.) และฤดูหนาว ( ธ.ค.-ก.พ.) ตามรายงานของศูนย์พยากรณ์สภาพแวดล้อมทางทะเลแห่งชาติจีน (NMEFC)
นอกจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า สภาวะ ซึ่งกำลังพัฒนาขึ้นเป็นเอลนีโญนี้ ยังมีความเชื่อมโยงกับพายุไซโคลนหรือพายุหมุนเขตร้อน 3 ลูกที่ก่อตัวขึ้นพร้อมกันในทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ใกล้เส้นศูนย์สูตรในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกปีนี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
อย่างไรก็ตาม โลกกำลังได้รับผลกระทบจาก“เอลนีโญรุนแรงสุดในรอบ 140 ปี”อย่างที่โลกโซเชียลพูดคุยกันในขณะนี้หรือไม่นั้น
นายจู ติงเจิ้น อดีตหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านบริการอุตุนิยมวิทยาของศูนย์บริการอุตุนิยมวิทยาสาธารณะแห่งสำนักอุตุนิยมวิทยาจีนอธิบายว่า ในปัจจุบันแบบจำลองการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ ซึ่งมีอยู่หลายแบบ ปรากฏผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกัน สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการยืนยันว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” (เอลนีโญระดับรุนแรงพิเศษ) จะเกิดขึ้นในปีนี้ จึงเป็นเรื่องที่เร็วเกินไป
ปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกใกล้เส้นศูนย์สูตรสูงกว่าปกติตามเกณฑ์ที่กำหนด และเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปอย่างน้อย 5 เดือน
ปรากฏการณ์เอลนีโญโดยทั่วไปแบ่งออกเป็นระดับอ่อน ปานกลาง แรง และแรงมาก พิจารณาตามระดับความร้อนที่เพิ่มขึ้น
ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาแสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นทั้งหมด 22 ครั้ง ในระหว่างปี 2494 - 2567 (1951 - 2024) โดยในช่วงปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ประเทศชายฝั่งในทวีปอเมริกาใต้มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม ในขณะที่ภูมิภาคอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลียภาคตะวันออก และแถบตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา มีแนวโน้มที่จะประสบกับภัยแล้งมากกว่า ตามรายงานของ CCTV
ในประเทศจีน ปรากฏการณ์เอลนีโญโดยทั่วไปจะทำให้เกิดความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาค เช่น ปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่าปกติในฤดูหนาว
NMEFC ระบุว่า ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ คาดว่าอุณหภูมิของน้ำทะเลโป๋ไห่จะสูงกว่าปกติเล็กน้อย พร้อมกับเตือนว่า สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นในทะเลเหลืองและทะเลจีนตะวันออกอาจเป็นอันตรายต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเล
สำหรับการพูดคุยในโลกโซเชียลเกี่ยวกับ "ปีที่ร้อนที่สุด" และ "สภาพอากาศสุดขั้ว" ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า บางครั้งอาจเป็นเรื่องที่กล่าวเกินจริง หรือหยิบยกเฉพาะบางส่วนมาพูดทำให้ความหมายที่แท้จริงผิดเพี้ยนไป จึงแนะนำให้ประชาชนพิจารณาการพยากรณ์ในลักษณะเช่นนี้ด้วยความระมัดระวัง
ที่มา : โกลบอลไทมส์

