xs
xsm
sm
md
lg

รำวงสงกรานต์ห้างฉัตรฯแรงอีก! LGBTQ หอบร่างสะบักสะบอมร้องสื่อ ช่วยห้ามหลานสาวโดนหลอกรุม ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ชักปืนขู่-สปาต้าฟันสาหัส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ลำปาง - แบบนี้มันยิ่งกว่าแก๊งอันธพาล-ชุมโจรแล้ว LGBTQ หอบร่างสะบักสะบอมร้องสื่ออีกราย..หลังจบงานรำวงสงกรานต์ห้างฉัตรเหนือ หลานสาววัย 16 ถูกทักแชทนัดเคลียร์เต้นใกล้แฟนคนอื่น แม่-ญาติผู้หญิงไปด้วยหวังช่วยไม่ให้มีเรื่อง กลับเจอกลุ่มชายฉกรรจ์ชักปืนขู่-ควงมีดฟัน เจ็บ 3 สาหัส 1 เจ้าตัว โดนสปาต้าฟันทั้งแขน-หัว แทงชายโครงซ้ำ พบ 1 ในผู้ก่อเหตุร่วมพลทหารรุมยำหนุ่มคาเวทีรำวงจนสลยคาเท้า-เย็บไป 15 เข็มด้วย


นายทิชานนท์ หรือ มะเดี่ยว อายุ 31 ปี LGBTQ นำเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่ยังเก็บไว้ พร้อมร่างกายที่มีแต่บาดแผลบริเวณแขน-หัว ซึ่งถูกมีดสปาต้าฟัน รวมถึงถูกแทงเข้าที่ชายโครงด้านขวา ต้องเย็บไป 16 เข็ม ยังอยู่ในอาการอ่อนเพลียและนอนซมทำงานยังไม่ได้ ให้ผู้สื่อข่าวดูและขอให้ช่วยเหลือเพราะเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้าเช่นเดียวกับหนุ่มลำปางที่ถูกพลทหารกับเพื่อนรุมสกรัมคาเวทีรำวงงานสงกรานต์หมู่บ้านห้างฉัตรเหนือ ม.2 ตำบลห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เมื่อ 16 เม.ย.69 ที่ผ่านมา

มะเดี่ยว เปิดเผยถึงสาเหตุที่ตนเองได้รับบาดเจ็บว่าวันนั้น(16 เม.ย.69) บ้านห้างฉัตรเหนือ ม.2 ซึ่งมีการจัดงานประเพณีสงกรานต์ และมีการจัดเวทีรำวง ระหว่างอยู่ในงานซึ่งตนก็ไปร่วมงานกับเพื่อนๆและรุ่นน้องหลายคน รวมถึง “น้องหยก” อายุ 16 ปี ซึ่งนับถือตนเหมือนน้าเพราะตนเองดูแลมาตั้งแต่เล็กก็ไปเที่ยวด้วยกัน ระหว่างที่เต้นบนเวทีรำวง น้องหยกก็เต้นปกติแต่ก็มีคนเต้นบนเวทีจำนวนมาก 1 ในนั้นคือคนชื่อ “ต้าร์” ที่เต้นอยู่ด้วย

หลังจากนั้นแฟนสาวคนชื่อนายต้าร์ ไม่พอใจที่เห็นน้องหยกเต้นใกล้กับแฟนของตัวเอง จึงเรียกลงไปจากเวที ซึ่งน้องหยกก็ขอโทษยกมือไหว้และบอกว่าไม่ได้อะไร-แค่เต้นเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไร ก่อนที่จะแยกย้ายกลับ แต่เมื่อมาถึงบ้านแฟนสาวของนายต้าร์ได้แซตมาหาส่วนตัวบอกให้น้องหยกออกมาขอโทษ โดยนัดให้ไปพบที่บริเวณริมท่าน้ำ หน้าสนามกีฬาเทศบาลตำบลห้างฉัตร

น้องหยกจึงโทรบอกแม่ซึ่งขณะนั้นประมาณ 3 ทุ่ม ซึ่งตนอยู่กับแม่น้องหยกพอดี แม่จึงชาวนตนไปเป็นเพื่อนพร้อมกับญาติที่เป็นผู้หญิง เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับน้อง พากันไป 6 คน ซึ่งเป็น LGBTQ 2 คน หญิงวัยกลางคนอีก3 และ น้องหยก อีก1คน


แต่เมื่อไปถึงไม่พบแฟนสาวของนายต้าร์ ซึ่งเป็นคนนัด กลับกลายเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 8 คน ซึ่ง1ในนั้นมี “นายต้าร์” ซึ่งตนมาทราบภายหลังว่าเป็นคนที่ไปก่อเหตุร่วมกับพลทหารลากคอ “นายบอล”หนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันลงจากเวทีรำวงทั้งๆที่ไม่รู้จักกันและรุมทำร้ายร่างกายก่อนที่จะเลิกงาน จนได้รับบาดเจ็บเย็บไป 15 เข็มด้วย

กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 8 คน กรูกันเข้ามาก่อนที่ชายวัยกลางคนรายหนึ่ง จะชักปืนแบบไทยประดิษฐ์ออกมาจ่อ แล้วถามว่า “มึงเห็นไหมว่ากูถืออะไรอยู่” จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งถือมีดสปาต้าครบมือประมาณ 4 เล่ม ก็เข้ามาทำร้ายน้อง ตนจึงเข้าไปเพื่อจะห้าม แต่กลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ รุมสกรัมทั้งหมัดทั้งถีบทั้งตีน

“ตนต้องวิ่งหนี แต่ไปได้ไม่ถึง20 เมตร ก็สะดุดก้อนหินล้มลง เพื่อนของนายต้าร์ใช้มีดสปาต้าฟัน ตนจึงยกแขนขึ้นบังทำให้ถูกฟันที่แขน จากนั้นก็โดนฟันเข้าที่หัวและแทงเข้าที่ชายโครงขวาดีที่ถอยออกมาจึงถูกแทงเข้าไม่ลึกมาก แขนเย็บไป 11 เข็ม หัวเย็บไป 5 เข็ม และรอยถลอกแผลตามร่างกาย ฟกช้ำ”

ขณะนั้นน้องหยกและแม่เห็นจึงเข้ามาช่วย ก็ถูกมีดฟันที่ไหล่ โชคดีที่หลบทันจึงเฉี่ยวเป็นแผลไม่มาก ส่วนแม่ก็ถูกต่อยเข้าที่หัว -ใบหน้า และถูกถีบ จนได้รับบาดเจ็บก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะพากันหนี ซึ่งก่อนจะไป แฟนสาวของนายต้าร์คนที่แซทนัดมาพบได้ขับรถมาถึงที่เกิดเหตุแล้วปฏิเสธว่า..ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น


มะเดี่ยวบอกว่า หลังทำแผลเสร็จพวกตนได้พากันเข้าแจ้งความ ไว้ที่สภ.ห้างฉัตร แต่คดีก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ประกอบกับทราบว่าคนในกลุ่มที่รุมทำร้ายเคยก่อเหตุมาแล้วแต่เรื่องก็ยังเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและกลัวเรื่องเงียบจึงมาร้องสื่อดังกล่าว

ด้านน้องหยก อายุ 16 ปี เปิดเผยว่าก่อนหน้านั้นนายต้าร์ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุ เคยมาจีบทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว แต่ตนไม่ได้สนใจ ซึ่งแฟนสาวคงไม่ทราบ วันที่เกิดเหตุในงานเต้นรำบนเวทีรำวง ตนก็เต้นตามปกติไม่ได้เต้นกับนายต้าร์ แต่แฟนสาวของนายต้าร์เข้าใจผิดและหึงหวง ซึ่งตนก็ขอโทษไปแล้วเพราะไม้อยากมีเรื่องด้วย และคิดว่าเรื่องจบ หลังงานเลิกก็กลับบ้าน

แต่แฟนสาวของนายต้าร์ก็ยังแซทมาขอให้ออกไปเคลียร์ ซึ่งแม่และญาติๆก็ไม่อยากให้มีเรื่องจึงพากันไปส่งเพื่อพูดคุย ซึ่งเกือบทั้งหมดก็เป็นผู้หญิง แต่เหมือนถูกหลอกให้ไป เพราะไม่พบแฟนของนายต้าร์ แต่กลับเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์มาทำร้ายซึ่งตนเองก็ถูกปลายมีดที่ฟัน ซึ่งหลบทันจึงถูกฟันเฉียดไหปลาร้าซ้ายความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร


ขณะที่แม่น้องหยก บอกว่า การกระทำดังกล่าวเหมือนหลอกไปทำร้าย ทั้งที่แม่และญาติๆซึ่งเป็นผู้ใหญ่ตั้งใจจะไปพูดคุยเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน แต่ไม่คิดว่าจะไปเจอเหตุการณ์แบบนี้ ถือเป็นเรื่องอุกอาจมากที่พกทั้งปืน ทั้งมีดมารุมทำร้าย จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามและดำเนินคดีให้เร็ว โดยเฉพาะลูกสาวและมะเดี่ยวที่ไม่รู้เรื่อง แต่มาโดนทำร้ายจนเจ็บสาหัสแบบนี้ ซึ่งหากไม่ได้เข้าไปช่วยอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

ในส่วนของคดี ขณะนี้มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.ห้างฉัตร ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติม ก่อนที่จะเรียกคู่กรณีมารับทราบข่อกล่าวหาและดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป