ครม. เดินหน้าปฏิรูปต้านทุจริตครั้งใหญ่ ไฟเขียว 8 แนวทางแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ขีดเส้น 30 วัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีแผนขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน
คณะรัฐมนตรีรับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับและให้สินบนตามข้อเสนอของสำนักงาน ป.ป.ช. รวม 8 แนวทางสำคัญ โดยมุ่งเร่งยกระดับระบบตรวจสอบ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมไทย และเสริมความเชื่อมั่นต่อประเทศในระยะยาว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบมาตรการป้องกันการทุจริตกรณีการรับสินบน ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ ซึ่งประกอบด้วย 8 ประเด็นหลัก เริ่มตั้งแต่การเร่งดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การสนับสนุนหน่วยงานตรวจสอบและดำเนินคดี การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการผลักดันการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานของหน่วยงานรัฐเพื่อลดความเสี่ยงในการทุจริต พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการอนุมัติและอนุญาต ส่งเสริมภาคเอกชนให้มีบทบาทในการต่อต้านการให้สินบน และรณรงค์สร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตในสังคมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ครม. ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นหน่วยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สรุปผลการพิจารณาและผลการดำเนินงานในภาพรวม เสนอต่อสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป ซึ่งมาตรการดังกล่าว สามารถช่วยแก้ปัญหาในรูปแบบของการรับและให้สินบนที่เป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

