xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ช.พร้อมแจงปมร้อน 'ศักดิ์สยาม' บรรทัดฐานในอดีตใช้เทียบไม่ได้ ต้องชี้ขาดตามเจตนา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ป.ป.ช. เตรียมแจงปมร้อนคดีศักดิ์สยาม 23 เม.ย. นี้ หลังถูกวิจารณ์หนัก ย้ำบรรทัดฐานในอดีตไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ ต้องชี้ขาดตามเจตนา ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน

ภายหลังโดนถล่มเป็นรายวันถึงการตัดสินใจยกข้อกล่าวหา 'ศักดิ์สยาม ชิดชอบ' อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ดูเหมือนว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เริ่มจะก้นร้อนขึ้นมากันแล้ว และเตรียมที่จะชี้แจงในวันที่ 23 เมษายน

โดยในเรื่องนี้ นายประภาศ คงเอียด กรรมการป.ป.ช. กล่าวระหว่างปาฐกถาพิเศษ “บัญชีทรัพย์สิน : ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย” ภายในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง “สส. 101: start strong” ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องทุจริตอยู่ในขั้นวิกฤต ตัวสะท้อนที่ชัดเจนสุดคือค่า CPI สำรวจโดยองค์กรระหว่างประเทศ จัดอันดับประเทศอยู่ที่ 116 ด้อยกว่าประเทศในอาเซียน เกือบจะอยู่ท้ายๆ อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.อยู่เกือบปลายน้ำ เป็นคดีก่อนถึงเข้าสู่กระบวนการของเรา ทั้งๆ ที่ควรแก้ตั้งแต่ต้นน้ำ

ทั้งนี้ เรื่องบัญชีทรัพย์สิน ในกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นเครื่องมือป้องกัน เพราะคนที่เข้ามาในตำแหน่งแล้วมีความเสี่ยงทำทุจริตได้ ดังนั้น เมื่อเปิดเผย ก็จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า ผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งมีทรัพย์สินก่อนเข้ามาเท่าไหร่ พ้นตำแหน่งแล้วมีทรัพย์สินเท่าไหร่

นอกจากนี้ บัญชีทรัพย์สินยังช่วยเรื่องการปราบปรามการทุจริต เพราะถ้ามีความไม่ชอบหรือผิดปกติ ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขอให้เชื่อมั่นในองค์กร ป.ป.ช. โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สิน ตนบอกได้เลยว่า ไม่ใช่ว่าเราตั้งท่าจะเล่นงาน ยืนยันว่าไม่มี

ตนเข้าร่วมประชุมเรื่องบัญชีทรัพย์สิน น้อยมากที่คนจะโดนชี้หรือกล่าวหาเรื่องบัญชีทรัพย์สิน หากไม่หนักหนาสาหัสจริงๆ เราก็ไม่เอา เพราะเข้าใจว่ามีความผิดพลาด หลงลืมได้ แต่ที่สำคัญคือ พฤติการณ์แห่งการกระทำนั้นส่อถึงเจตนาหรือไม่

นายประภาศ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีการพูดถึง 2 มาตรฐานหรืออะไรต่างๆ ขอยืนยันว่า เราสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้อย่างชัดแจ้ง โดยในวันที่ 23 เม.ย.นี้ ป.ป.ช. จะออกข้อชี้แจงในเรื่องนี้ องค์กร ป.ป.ช มีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง คือ ไม่ค่อยได้ทำงานเชิงรุกคล้ายกับศาล คือตัดสินไปแล้วบนพื้นฐานของข้อมูล สำนวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อย่าลืมว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คือตัวบ่งชี้ถึงการวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือ ป.ป.ช. บางเรื่องเราจะเอาเรื่องหนึ่งไปเปรียบเทียบกับเรื่องหนึ่งไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเรื่องอะไร คือเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรี แต่การวินิจฉัยของ ป.ป.ช. คือการวินิจฉัยเรื่องจงใจหรือเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะต้องเอาข้อเท็จจริงหรือคำวินิจฉัยมาใช้เสมอไป ก็ต้องดูว่าประเด็นอะไรด้วย ในรายละเอียดจะมีการชี้แจงต่อไป

“เราเคารพความคิดความเห็นของทุกคน มีสิทธิ์ที่จะให้ความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ แต่พื้นฐานคือข้อมูลข้อกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องตระหนัก” นายประภาส กล่าว