กบง.มีมติลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล 2ช่วงคือ ช่วง24เม.ย.-9พ.ค.69 ปรับลด 5บาทต่อลิตร และช่วง10-19พ.ค. ปรับลด3บาทต่อลิตร โดยจะกันเงินส่วนหนึ่งเพื่อลดภาระหนี้กองทุนฯ ส่วนจะลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มเท่าไรรอลุ้นเย็นวันนี้
นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ุ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)วันนี้ (23เมษายน ) มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณโรงกลั่นใหม่สำหรับน้ํามันดีเซลหมุนเร็วบี0บี7และบี20เป็น 2 ช่วงคือช่วงวันที่ 24เมษายน2569ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10พฤษภาคม 2569ถึงวันที่ 19พฤษภาคม 2569ปรับลด 3บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนและดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานช่วงภาวะวิกฤติ
ทั้งนี้ กบง.ให้ยกเลิกประกาศกบง.ลงวันที่ 8เมษายน 2569ที่เห็นชอบให้ปรับลดราคาณโรงกลั่นสําหรับน้ํามันดีเซลหมุนเร็วลง 2.00บาทต่อลิตรโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569เป็นต้นมา และกําหนดอัตราปรับลดราคา ณโรงกลั่นใหม่แทน
ทั้งนี้ กระทรวงจะดำเนินการยื่นเพื่อออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันนี้และจะมีผลในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย.)ส่วนจะลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มเป็นเท่าไร รอการปิดตลาดสิงคโปร์ก่อน เนื่องจากเมื่อวานนี้ (22 เม.ย.)ราคาน้ำมันดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์ปรับขึ้นมาเกือบ 3บาท/ลิตร แต่เราก็ไม่ได้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันแต่อย่างไร
ดังนั้นการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ 5บาท/ลิตร ส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊ม และอีกส่วนจะนำปลดภาระกองทุนน้ำมันที่มีภาระหนี้เกือบ 1หมื่นล้านบาท ถ้าไม่รีบลดหนี้กองทุนฯ จะทำให้ผู้ใช้น้ำมันต้องซื้อน้ำมันในราคาแพงกว่าปกติ ทั้งนี้ กบง.จะบริหาร2เรื่องนี้ไปควบคู่กัน
“การลดราคาหน้าโรงกลั่นที่ 5บาทต่อลิตร อาจไม่ได้แปลว่าจะลดราคาขายปลีกน้ำมันหน้าปั๊ม 5บาทต่อลิตร แต่จะพิจารณาทยอยปรับราคาน้ำมันขึ้น/ลงไม่กระชาก และหวังว่าจะไม่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกหน้าปั๊มอีก”
นายเอกนัฏ กล่าวว่า การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นรอบ2 ที่ 5บาทต่อลิตร คำนวณมาจากค่าการกลั่น(GRM)ช่วงวันที่ 1-15 เมษายน2569 ที่สูงระดับ14บาทกว่าต่อลิตร โดยให้6โรงกลั่นส่งข้อมูลตัวเลขต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทั้งค่าWar Premium ค่าประกันภัยและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น เพื่อคำนวณค่าการกลั่นที่เหมาะสมควรเป็นเท่าไร แล้วส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินก็นำมาลบออก
“เวลาคำนวณGRMเราดูทุกผลิตภัณฑ์ทั้งดีเซล เบนซิน แต่นำมาทอนออกเป็นมูลค่าดูว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินเฉพาะ 2สัปดาห์แรกของต้นเดือนเมษายนนี้เกิน 5พันล้านบาท ไม่นับของเดิมเมื่อเดือนมีนาคม 2569ที่ลดไป 2บาท/ลิตร หรือคิดเป็น 4พันล้านบาท เท่ากับเรานำเงินส่วนเกินจากโรงกลั่นมาแล้ว 1หมื่นล้านบาทมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น”
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันฐานะกองทุนน้ำมันติดลบ 6.2หมื่นล้านบาท หากเราจะกู้เงินมาเพิ่มจะทำอยู่ในกรอบวงเงินกู้ที่มีอยู่ตามพรบ.กองทุนน้ำมันฯ ไม่เกิน 2หมื่นล้านบาท และจะเจรจาเจ้าหนี้เพื่อยืดหนี้ออกเพื่อจะได้ไม่ต้องกู้เงินไปคืนหนี้เดิม เพราะถ้ากู้เงินถึง1-1.5แสนล้านบาทจะต้องออกเป็นพรก.เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน

