บริษัทญี่ปุ่นจับมือกับยูเครนส่งโดรนสกัดกั้นรุ่น Terra A1 ลงสนามรบกับรัสเซียครั้งแรก เตรียมขยายตลาดไปยังหลายภูมิภาค หลังรัฐบาลปลดล็อคส่งออกอาวุธได้ มอสโกเรียกตัวทูตประท้วง
วานนี้ (22 เม.ย. 69) สื่อญี่ปุ่น The Japan Times รายงานว่า บริษัทโดรนสัญชาติญี่ปุ่นเทอร์รา โดรน (Terra Drone) เปิดเผยว่า โดรนสกัดกั้นรุ่น "Terra A1" ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Amazing Drones พันธมิตรยูเครน ได้เคลื่อนย้ายจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่แนวหน้าแล้ว โดยเริ่มเข้าสู่การใช้งานในการรบจริงในยูเครนเพื่อต่อต้านโดรนชาเฮด (Shahed) ที่ผลิตโดยรัสเซีย
"การประจำการเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันได้เริ่มต้นขึ้นแล้วกับหน่วยทหารหน่วยหนึ่ง และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินผลและรวบรวมข้อมูลสะท้อนกลับภายใต้สภาวะการใช้งานจริง" บริษัทที่มีฐานอยู่ในโตเกียวระบุในแถลงการณ์เมื่อเร็วๆ นี้ หลังจากที่เพิ่งเข้าลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในสตาร์ทอัพของยูเครนดังกล่าว
Terra Drone อธิบายว่า "การวางกำลังเพื่อใช้งานจริง" ในระยะเริ่มต้นนี้ ดำเนินการผ่านพันธมิตรในท้องถิ่น โดยจะใช้ระบบการเปิดตัวเป็นระยะ ซึ่งจะมอบอุปกรณ์ใหม่ให้แก่หน่วยทหารเพียงหน่วยเดียวก่อน จากนั้นจึงจะขยายผลไปยังหน่วยอื่นๆ ต่อไป ขึ้นอยู่กับการประเมินผลจากภาคสนาม
ทางบริษัทระบุว่ามีแผนที่จะขยายการวางกำลังและเพิ่มกำลังการผลิต Terra A1 จำนวนมาก เมื่อประสิทธิภาพของมันได้รับการพิสูจน์ว่าเพียงพอต่อการต่อต้านโดรนโจมตีราคาประหยัดที่ถูกนำมาใช้ในปริมาณมาก เช่น โดรนรุ่นชาเฮด
สตาร์ทอัพจากโตเกียวอ้างคำกล่าวของหัวหน้าหน่วยทหาร "ต่อต้านชาเฮด" ของยูเครนที่ปฏิบัติการด้วย Terra A1 ว่า โดรนสกัดกั้นรุ่นนี้ "ควบคุมง่ายและตอบสนองได้อย่างราบรื่นแม้ในขณะเลี้ยวโค้งหักศอก" พร้อมเสริมว่ากล้องดิจิทัลสำหรับใช้งานกลางวัน "จับภาพเป้าหมายได้อย่างชัดเจน"
บริษัทยังระบุด้วยว่ากำลังพิจารณาขยายตลาดไปยัง "ภูมิภาคอื่นๆ ที่เผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน" และจะเดินหน้าประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะ "เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน"
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียกำลังศึกษาโดรนสกัดกั้นที่ออกแบบโดยยูเครน เพื่อเป็นวิธีที่คุ้มค่าในการตอบโต้การโจมตีจากอิหร่าน โดยระบบของยูเครนมักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของราคาขีปนาวุธแพทริออต (Patriot Advanced Capability-3) ที่มีราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลูก ทำให้รัฐบาลเคียฟสามารถผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อทำลายโดรนโจมตีซึ่งมีมูลค่าสูงถึงลำละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ Terra A1 มีระยะปฏิบัติการ 32 กิโลเมตร และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทได้เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amazing Drones ของยูเครน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโดรนสกัดกั้นราคาประหยัดที่ออกแบบมาเพื่อการวางกำลังอย่างรวดเร็ว
Terra Drone ระบุว่าการลงทุนในบริษัทสัญชาติยูเครนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผนวกเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านปฏิบัติการเข้าด้วยกัน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลมอสโกเรียกตัวเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นเข้าพบเพื่อประท้วง
การใช้งาน Terra A1 ในสนามรบจริง เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังขยายการลงทุนในโดรนทางทหารอย่างมากเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการสงครามสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการรับมือกับการโจมตีแบบกลุ้มรุม โดยในการสัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิคเคอิเมื่อวันอังคาร นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่ารัฐบาลโตเกียวหวังที่จะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ วางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของประเทศ
"เราต้องการร่วมมือกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีอยู่ และเรายังต้องการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพด้วย" เขากล่าว พร้อมระบุว่าความพยายามในการกระตุ้นการผลิตโดรนภายในประเทศนั้น "เป็นเรื่องจำเป็นอย่างไม่ต้องสงสัย"
ด้านนายยูริ ลูโตวินอฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยกับ The Japan Times เมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลเคียฟพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ทางทหารที่ได้มาอย่างยากลำบาก โดยเสนอทั้งบทเรียนจากแนวหน้าและอาวุธที่ผ่านการทดสอบในสนามรบ ซึ่งอาจเป็นการปรับโฉมความร่วมมือทวิภาคี
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดการส่งออกอาวุธของประเทศไว้เพียง 5 ประเภทที่ไม่ใช่เพื่อการสังหาร ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นการเปิดทางสู่ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับยูเครนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

