xs
xsm
sm
md
lg

“ดีเอสไอ” สอบแล้ว 5 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน ต้องสงสัย “ประวิงเวลา” รอพิสูจน์ทางเทคนิค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online - “โฆษกดีเอสไอ” เรียกสอบ 5 บริษัทเจ้าของเรือ ได้ข้อมูลใช้เวลาขนส่งน้ำมันมากกว่าปกติจริง ต้องขยายผลหลายปัจจัยทั้งเรื่อง “เครื่องจักร-อุทกศาสตร์-ร่องน้ำ”

จากกรณีคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหนังสือเรียกสอบปากคำ 8 บริษัทเจ้าของเรือขนส่งน้ำมัน ในฐานะพยาน ซึ่งพบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือจากเรือ 12 ลำ โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

วันนี้ (23 เม.ย.) ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้นัดหมายกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเจ้าของเรือ 1 แห่ง มาให้ข้อมูลในฐานะพยาน โดยก่อนหน้านี้เรียกสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือไปแล้ว 5 แห่ง เนื่องจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) มีการนำส่งข้อมูลให้กับดีเอสไอว่ามีเรือเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันกลางทะเลจ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 99 เที่ยวเรือ แต่เมื่อวิเคราะห์พบว่ามี 20 เที่ยวเรือที่มีรูปแบบการเดินเรือค่อนข้างแตกต่างไปจากเที่ยวเรืออื่นๆ โดยเฉพาะการใช้เวลาเดินเรือนานกว่าปกติ ดีเอสไอจึงรับข้อมูลมาเป็นเรื่องสืบสวนเพื่อพิสูจน์ว่ากรณีการประวิงเวลาเดินเรือถือเป็นความผิดอาญาหรือไม่ และจากการตรวจสอบเที่ยวเรือทั้ง 20 เที่ยว พบเรือเกี่ยวข้อง 12 ลำ จากบริษัทเจ้าของเรือ 8 บริษัท จึงต้องเชิญมาให้ปากคำชี้แจง

พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า สำหรับ 2 บริษัทเจ้าของเรือ เรียกเข้ามาสอบปากคำ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.69 ที่ผ่านมา มีข้อมูลสอดรับว่าอาจเป็นการแล่นเรือประวิงเวลาในน่านน้ำทะเลนั้น พบข้อเท็จจริงที่ตรงกันคือข้อมูลทางเทคนิค เพราะมีการใช้เวลาเดินทางมากกว่าปกติจริง แต่เหตุผลก็ต้องนำไปตรวจสอบขยายผลไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเรื่องเครื่องจักรเรือไม่ทำงาน หรือเรื่องอุทกศาสตร์ เรื่องร่องน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง ยืนยันว่าดีเอสไอพร้อมรับฟังคำชี้แจง เพราะทางบริษัทฯ ก็ได้มีการนำเอาพยานเอกสารมาประกอบการชี้แจงด้วยเช่นกัน


พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า เรื่องร่องน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ ซึ่งกรมเจ้าท่าจะสามารถให้คำอธิบายได้ เพราะการกล่าวอ้างถึงเรื่องปัญหาร่องน้ำ ลักษณะสำคัญของน่านน้ำบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี จะมีร่องน้ำไม่เหมือนที่กรุงเทพฯ มีขึ้นมีลง บางเวลาก็มีน้ำขึ้นวันละครั้ง เพราะน้ำขึ้นก็มีทั้งขึ้นใหญ่และขึ้นเล็ก ถ้าน้ำขึ้นใหญ่ก็เข้าได้ แต่ถ้าน้ำขึ้นเล็กก็เข้าไม่ได้ ส่วนเรื่องประเด็นว่าเรือต้องไปต่อคิวเพราะคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี คิวเต็มนั้น ก็เป็นส่วนที่บริษัทสามารถให้การได้ แต่เจ้าหน้าที่ก็ต้องนำไปตรวจสอบต่อ ทั้งเรื่องอุทกศาสตร์ เรื่องเครื่องจักร เรื่องการปิดสัญญาณ AIS

ผู้สื่อข่าวถามว่าคำให้การพยานอาจจะไม่ได้ต้องการให้เรือขนส่งน้ำมันของตัวเองล่าช้า เพราะจะทำให้เสียประโยชน์ทางธุรกิจนั้น พ.ต.ต.วรณัน เเจงว่า สมมติฐานก็เป็นเช่นนั้น แต่ก็ต้องดูว่าแล้วมันล่าช้าด้วยเหตุผล หรือมีการได้ประโยชน์อะไรจากการที่เรือแล่นล่าช้าหรือไม่ เพราะหากดูจาก 99 เที่ยวเรือ ตามข้อมูลของ ศรชล. ก็ไม่ได้มีเที่ยวเรืออื่นเเล่นล่าช้าเหมือนกับ 20 เที่ยวเรือดังกล่าว

เมื่อถามว่าข้อมูลน้ำมันที่อยู่ในเรือขนส่งน้ำมันกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี แท้จริงอาจไม่ได้หายไปแต่เป็นเพราะเรือที่บรรทุกขนส่งน้ำมันไม่ได้มีการบรรทุกน้ำมันเต็มอัตราตามที่มีการกำหนด เช่น กำหนดไว้ 2,000,000 ลิตร แต่บรรจุไปแค่ 1,800,000 ลิตร มีการตรวจสอบจากต้นทางไปถึงปลายทางหรือไม่นั้น พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูล 20 เที่ยวเรือค่อนข้างมีหลายรูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น ใน 1 เที่ยวเรือจะมีการปิดระบบสัญญาณ AIS ซึ่งก็เป็นข้อสงสัยว่าเป็นการปิดโดยจงใจหรือระบบมีปัญหาหรือไม่ ส่วนในประเด็นของการผ่องถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ (Ship to ship) ยอมรับว่ามีจริงตามที่ ศรชล. พบข้อมูล แต่จะเป็นการผ่องถ่ายน้ำมันเรือสู่เรือในช่วงวันเวลาใดอยู่ระหว่างการขยายผลตรวจสอบ เพราะต้องมีการตรวจสอบทางเทคนิค และด้วยเจตนาใดก็ต้องไปตรวจสอบ หากมีความผิดทางอาญา ก็จะได้รับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ เพราะตอนนี้เป็นเพียงเรื่องสืบสวนจะต้องทำให้เกิดความชัดเจนก่อนว่าข้อมูลที่ทาง ศรชล. พบนั้น มีข้อเท็จจริงอย่างไร


เมื่อถามว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการนำตัวเลขมาเปรียบเทียบหรือไม่ โดยเฉพาะตัวเลขระหว่างการเสียภาษีภายหลังมีการกดจ่ายน้ำมันออกไป มีความสอดคล้องกันหรือไม่ พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า เรื่องตัวเลขการเสียภาษีทางศูนย์ประสานงานฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบอยู่ แต่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภคจะตรวจสอบในเรื่องของพฤติการณ์เรือและบริษัทเจ้าของเรือ ส่วนบริษัทเจ้าของเรือได้ให้การยอมรับหรือไม่ว่าเรือของตนเองได้เข้ารับน้ำมันเต็มอัตราจริงจากโรงกลั่นนั้น ทางบริษัทเจ้าของเรือก็ได้นำเอาพยานเอกสารมาชี้แจงแล้ว ซึ่งก็รับฟังทั้งหมดแต่ก็ต้องเอาไปตรวจสอบต่อไป

“สำหรับกรณี 20 เที่ยวเรือดังกล่าวปลายทางมันชัดอยู่แล้วว่าต้องไปคลังน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี แต่ที่สงสัย คือ การแล่นเรือล่าช้า มีเหตุทางอาญาหรือไม่ เพราะน้ำมันถือเป็นสินค้าควบคุมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 หากมีความต้องการเยอะในส่วนของการอุปโภคบริโภค แต่กลับมีการขนส่งล่าช้าโดยตั้งใจ หรือตั้งใจประวิง ปฏิเสธการส่งมอบ ส่วนเหล่านี้จะเป็นความผิดทั้งหมดได้ เพราะไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจเรื่องราคาอย่างเดียว เพราะราคาไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของเจตนาการประวิงส่งมอบมากกว่า” พ.ต.ต.วรณัน กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้ว 5 บริษัทเรือขนส่ง โดยวันนี้ (23 เม.ย.) นัดหมายสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือ 1 บริษัท เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป ดังนั้น ยังเหลืออีก 2 บริษัทเจ้าของเรือที่ได้มีการประสานขอเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน