รวบหนุ่มหลอนยาข่มขืนหมา อาละวาดขู่ฆ่าเพื่อนบ้าน ทำหวาดกลัวกันทั้งชุมชน ญาติเผยเสพยาเสพติดทุกชนิด
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ ตร. สภ.บางศรีเมือง เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษ์ เจ้าหน้าที่เทศบาลบางกร่าง พร้อมด้วยสส.ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ ลงพื้นที่ ซ.บางกร่าง 15 เลขที่ 59/1 ม.8 ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อเข้าไปพานายศุภกร งิ้วดี อายุ 37 ปี มีอาการป่วยจิตไปเข้ารับการลรักษาตัวซึ่ง ด.ช. วุฒิพล หรือน้อง สิธโท งิ้วดี อายุ 12 ปี ซึ่ง เป็นลูกชายของนายศุภกร ไม่ได้เรียนหนังสือในบ้านพักอาศัยกันทั้งหมด 5 คนมีผู้ป่วยติดเตียงรวมอยู่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมานายศุภกร มีอาการคลุ้มคลั่งด่าทอคนในบ้านถือมีดขู่ฆ่าบุพการีรวมทั้งคนในซอยหวาดกลัวเกรงจะได้รับอันตรายซึ่งพลเมืองดีแอบถ่ายคลิปเอาไว้ นายศุภกร เอามีออกมาวางพร้อมนำผ้ามาเซ็ดมีดหลายเล่มและด่าไปทั่วพร้อมทั้งมีลูกชายนั่งอยู่ข้างๆและมีเพศสัมพันกับสุนัขในบ้าน
จากการสอบถามนายพันธ์ อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นลุงของนายศุภกร งิ้วดี เล่าว่านายศุภกร หรือตี๋ หลานชายของตนที่ผ่านมาเสพยาเสพติดทุกชนิดทำให้และสติไม่คอยดีด่าทอคนในบ้านบางครั้งก็ขู่ฆ่าคนในบ้ายเพื่อนบ้านเอื่อมละอาและหลานชายของตนชอบมีเพศสัมพันกับหมาในบ้านทุกวันหมาร้องโหยหวลตนอยากให้เจ้าหน้าที่พานายตี๋หลานชายของตนเข้ารับการักษาตัว
ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตร.ได้พานายตี๋เข้าตรวจร่างกายที่ รพ.พระนั่งเกล้าก่อนส่งตัวเข้ารับการรักษา
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ ตร.ได้เข้าไปดูในห้องนอนของนายตี๋ยพบมีดทั้งหมด 6 เล่มชุกเอาไว้ในใต้ที่นอนจึงได้นำออกมาไปเก็บไว้เป็นของกลาง
สส. ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ กล่าวว่า มีคนร้องเรียนไปว่าลุงที่อยู่บ้านข้างๆชอบเสียงดัง มีอาวุธมาโชว์ เช่น มีด ซึ่งคนที่ร้องเรียนไปเครียดจนจะเป็นโรคสาทแล้ว เลยไปร้องเรียนให้ทางเราเข้ามาดูแล พอเข้ามาตรวจสอบก็มีผู้สูงอายุนอนติดเตียง และมีเด็ก 10 ขวบไม่ได้เรียนหนังสือเนื่องจากพ่อของเขาผิดปกติ จึงรีบประสานไปทาง พม. เมื่อทางเราได้พิจรณาดูเราก็ไม่ทราบว่า เขาจะเอามีดเอาอาวุธอื่นๆ มาอาระวาดไหม จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ด้วย เพื่อป้องกันการเกิดเหตุกับเจ้าหน้าที่พม.ตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็ได้พาไปตรวจร่างกายที่รพ.พระนั่งเกล้า ทำเป็นไปตามขั้นตอนและค่อยวินิจฉัยให้ไปรพ.ศรีธัญญา เพื่อไปรักษาเรื่องทางสมองหรือจิตเวท ต่อไปก็จะดูแลเรื่องของเด็ก 10 ขวบ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งน้องได้เรียนแค่ ป.1 แล้วทางพ่อของน้องไม่ให้ไปเรียนต่อ ซึ่งพ่อของน้องให้เหตุผลว่า น้องไปเรียนแล้วถูกทำร้าย รังแก แต่ทางกฏหมายแล้วเด็กต้องได้เรียนตามข้อบังคับพื้นฐานต้องรอทาง พม. และทางสังคมสงเคราะห์เข้ามาหาทางแก้ไขว่าจะทำยังไงกับเด็กดี เพราะทางเด็กก็อยากเรียน และเราก็อยากให้ได้เรียนด้วย
ดช. วุฒิพล อายุ 12 ปีกล่าวว่า พ่อชอบมีอาการเสียงดังโวยวาย พูดภาษาอะไรก็ไม่รู้ซึ่งเป็นแบบนี้ทุกวันเมื่อก่อนหนูเรียนที่โรงเรียนตอน ป.1 พอขึ้น ป.2 ทางพ่อก็ให้ออกจากโรงเรียน เพราะเคยบอกว่าโดนเพื่อนแกล้งแต่พอย้ายโรงเรียนก็ไม่มีเหตุการณ์โดนแกล้งอีก แต่ทางพ่อก็ให้ออกจากโรงเรียนอยู่ดี
นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่าได้รับแจ้งในเรื่องให้ช่วยเหลือเด็ก ในเรื่องของการเลี้ยงดูไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ซึ่งเด็กหยุดเรียนมาเป็นปี และทางเด็กก็อยากกลับไปเรียน ทางพม.จึงได้ถามเด็กว่าตอนอยู่กับพ่อเป็นอย่างไร น้องก็บอกว่าเคยมีเหตุการณ์ที่โรงเรียน ในขณะที่เล่นกับเพื่อนแล้วตกบันได โดยไม่ได้ตั้งใจที่จะแกล้ง พ่อน้องเลยไม่ให้ไปโรงเรียนหยุดยาวไป แต่เด็กก็เคยที่จะขอพ่อไปเรียน แต่ก็ไม่กล้าซึ่งน้องคงคิดว่าบอกไปพ่อก็คงไม่ให้ไปเรียนแล้ว ในวันนี้น้องก็ประสงค์ที่จะไปเรียนและร่วมโครงการสวัสดิภาพและเข้ารับการศึกษาในภาคการศึกษาใหม่ที่จะถึงนี้จึงจะพาเด็กออกจากบ้านทางพ่อน้องก็จะให้ทางบ้านพักมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งผู้สูงอายุ ทางพม.อีกหน่วยงานจะเข้ามาดูแล เพราะ พม.มีหน่วยงานหลายส่วน

