xs
xsm
sm
md
lg

รฟม.ประมูลจ้างที่ศึกษารถไฟฟ้า 2 สายใหม่ ”สีเทา-สีเงิน”รับนโยบาย”ตั๋วร่วม-ค่าโดยสาร40 บาท” คาดชงครม.ปี 71

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รฟม.เปิดประมูลจ้างที่ปรึกษาศึกษารถไฟฟ้า 2 สายใหม่ “เทา-เงิน”ลุยทบทวน ”รูปแบบลงทุน-แนวเส้นทาง”รองรับนโยบาย”ตั๋วร่วม- ลดค่าโดยสาร” ใช้เวลา12 เดือนสรุปเสนอครม.ปี 71

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดประกวดราคาคัดเลือกที่ปรึกษา เพื่อศึกษาทบทวนและออกแบบรายละเอียด โครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ จำนวน 2 สาย ที่ได้รับโอนจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) คือ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ สายสีเทา โดยมีแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ 2569 จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1.จัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษารายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา -ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงินงบประมาณ 100 ล้านบาท คาดการณ์ที่จะออกประกาศจัดซื้อจัดจ้างในเดือนมี.ค. 2569 (ลงประกาศเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2569 ) และ 2. จัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษารายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการรถไฟฟาสายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ วงเงินงบประมาณอีก 100 ล้านบาท คาดการณ์ที่จะออกประกาศจัดซื้อจัดจ้างในเดือนเม.ย. 2569 ( ลงประกาศวันที่ 26 มี.ค. 2569 )

ทั้งนี้ รฟม.ได้ออกประกาศราคากลางในส่วนของจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษารายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา -ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้ว โดยมีราคากลางอยู่ที่ 75,769,063.63 บาท ที่มาของราคากลางคือ หนังสือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังที่ กค0910/ว44 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2567 เรื่อง หลักเกณฑ์ราคากลางในการจ้างที่ปรึกษา ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ยังไม่ประกาศราคากลาง


@ศึกษาทบทวน-รายงาน EIA 12 เดือน

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าฯรฟม.เปิดเผยว่า การดำเนินงานจ้างที่ปรึกษาของทั้ง 2 โครงการจะดำเนินการไปพร้อมกัน โดยคาดว่าจะประกาศเชิญชวนภายในเดือน พค 2569 และเริ่มงานในเดือน ก.ย 2569 ใช้เวลาศึกษาประมาณ 10-12 เดือน โดยจะมีการศึกษาทั้งความเหมาะสมของโครงการ รูปแบบการลงทุน และ จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงศึกษาเรื่อง อัตราค่าโดยสารตามนโยบายตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม คาดว่าจะสรุปผลการศึกษาและนำเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้ง 2 โครงการช่วงกลางปี 2571

ส่วนสายสีเทาแม้รายงาน EIA จะผ่านการพิจารณาไปแล้ว แต่เนื่องจากตามพ.ร.บ. สงเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 กำหนดว่า รายงาน EIA ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้ผ่านการพิจารณา จะมีระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ผ่านการพิจารณา หากโครงการไม่เริ่มก่อสร้างภายในกำหนดเวลาที่ EIA รับรอง จึงต้องดำเนินการทำรายงานใหม่
เมื่อศึกษาเสร็จแล้ว จะเสนอโครงการให้พิจารณาตามขั้นตอนคู่ขนานไปกับการเสนอรายงาน EIA ให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ คชก., สผ. และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)
เบื้องต้นคาดว่าทั้ง 2 โครงการจะลงทุนในรูปแบบ PPP Gross Cost (รูปแบบการร่วมลงทุนที่ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนงานโยธา รับความเสี่ยงด้านรายได้ทั้งหมด โดยจ้างเอกชนก่อสร้างระบบและบริหารจัดการโครงการในระยะยาว แล้วจ่ายค่าตอบแทนให้เอกชนตามบริการที่ส่งมอบ)

“โครงการที่น่าจะเสนอและเริ่มดำเนินการก่อนคือ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา -ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากเส้นทาง เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารด้านใต้ (South Terminal) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งทอท.มีแผนก่อสร้างอาคารขนาด 1,000,000 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารได้ 70 ล้านคนต่อปี ดังนั้น ระหว่างนี้ รฟม.จะต้องหารือกับทาง ทอท. ด้วย” นายกาจผจญกล่าว


ทั้งนี้ ตามการศึกษาเดิมของกทม. โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 19.7 กม.มีจำนวน 14 สถานี วงเงินลงทุนประมาณ 89,948.27 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 บางนา-ธนาซิตี้ ระยะทาง 14.6 กม.มี 12 สถานีระยะที่ 2 ธนาซิตี้-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 5.1 กม.มี 2 สถานีมีโรงจอดและศูนย์ซ่อมบำรุง (DEPOT) พื้นที่ประมาณ 29 ไร่ ติดสถานีธนาซิตี้ รูปแบบเป็นรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา(Light Rail Transit)

โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ ระยะทางประมาณ 16.3 กม.มี 15สถานีลงทุนประมาณ 29,130 ล้านบาท รูปแบบเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเส้นทางเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าถึง 5 สายคือสายสีชมพู,สายสีน้ำตาล,สายสีเหลือง,สายสีส้มและสายสีเขียว