xs
xsm
sm
md
lg

ชาวสวนมะม่วงเมืองน้ำดำอ่วม ราคาดิ่งเหวเหลือกิโลฯ3 บาท เถ้าแก่ล้งก็แบกรับต้นทุนขนส่งไม่ไหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาฬสินธุ์-ชาวสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ที่จังหวัดกาฬสินธุ์อ่วม ดิ่งเหวจากเดิมราคา กก.ละ 60 บาท หลังวิกฤติพลังงานต่ำสุด กก.ละ 3 บาท แม้“เถ้าแก่ล้ง” จากจังหวัดภาคกลางรุดขึ้นมารับซื้อถึงที่ หวังช่วยชุบชีวิตเกษตรกร กลับต้องเจ็บตัว แบกภาระค่าน้ำมันเที่ยวละหมื่น ขาดทุนเที่ยวละ 2 พันบาท อนาคตธุรกิจมะม่วงมืดมน หวังความเห็นใจจากรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือ


จากการติดตามบรรยากาศการเก็บผลลิตมะม่วง ในช่วงปลายฤดูของเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่า ไม่คึกคักเหมือนอย่างช่วงต้นฤดูเก็บผลผลิตต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา แม้ผลผลิตในปีนี้ ทั้งมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้และมะม่วงแก้ว ลูกสวย รสชาติหวานฉ่ำ จะออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่เกษตรกรชาวสวนมะม่วงแทบทุกรายกลับรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ราคากลับตกต่ำมากสุดในรอบ 10 ปี

นางสาวภันทิสา มุคสิงห์ อายุ 37 ปี กล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง บ้านบึงวิชัยกล่าวว่า ปลูกมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้และมะม่วงแก้วมาประมาณ 10 ปี มีการรวมกลุ่มแปลงใหญ่เกษตรกรนับร้อยราย พื้นที่ปลูกหลายพันไร่ ขายทั้งปลีกและส่ง ส่วนใหญ่ขายให้กับล้งแถบภาคกลาง ทุกฤดูกาลผลิตที่ผ่านมาก็ขาย กก.ละ 30-60 บาทตามกลไกตลาดและคุณภาพของมะม่วง มีกำไรทุกปี ปีนี้เริ่มต้นเก็บเกี่ยวผลผลิตต้นเดือน เม.ย. ได้ราคา กก.ละ 35-40 บาท แต่พอจะถึงเทศกาลสงกรานต์ เกิดวิกฤติน้ำมันขาดแคลน บรรยากาศการค้าขายพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ มีปัญหาการขนส่ง ราคาเริ่มตกต่ำ เหลือที่ราคา กก.ละ 3-5 บาทเท่านั้น บางส่วนขายไม่ได้ ผลมะม่วงจึงตกค้างเต็มสวน และสุกหล่นเสียหายจำนวนมาก


นางสาวภันทิสากล่าวอีกว่า ราคาซื้อขายมะม่วงตกต่ำอย่างนี้ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทำเอาเกษตรกรชาวสวนมึนงง ทำอะไรไม่ถูก เพราะไหนจะต้องเก็บผลจากสวน คัดแยกและบรรจุเพื่อการขนส่ง ทุกขั้นตอนมีรายจ่ายทั้งนั้น โดยค่าจ้างแรงงานวันละ 300-400 บาท หากล่วงเวลาวันละ 700 บาทต่อราย ขณะที่ขายมะม่วงขาดทุน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้วางแผนรับมือมาก่อน ก็ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จะแปรรูปโดยการทำมะม่วงกวนหรืออย่างอื่น ก็ไม่ได้เตรียมการไว้
“ปีหน้าค่อยวางแผนสำรองใหม่ ปีนี้ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะขาดทุนยับเยิน แก้ไขสถานการณ์อะไรไม่ทัน ก็ได้ปลอบในตัวเองไปวันๆว่าได้เก็บมะม่วงขายพอได้เงินซื้อน้ำแข็งกินคลายร้อน และพอมีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนเท่านั้น”นางสาวภันทิสากล่าว


ด้านนายคำพันธ์ ทองจำปา อายุ 69 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงบ้านบึงวิชัยอีกราย กล่าวว่าผลผลิตมะม่วงปีที่ผ่านมา ตนขายได้เงินประมาณ 3 แสนบาท หักค่าปุ๋ยเคมี ค่าบำรุง ค่าแรงงานแล้ว ก็พอมีกำไร และเป็นทุนหมุนเวียน แต่ปีนี้ผลผลิตดีมาก มะม่วงสวยทุกลูก ราคาเริ่มต้นค่อนข้างสูง ตนขายได้ในราคา กก.ละ 50-60 บาท หรือตันละ 5-6 หมื่นบาท ชาวสวนทุกคนต่างดีใจ แต่อยู่ๆก็เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน การขนส่งมะม่วงไปยังล้งต่างๆในหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่ภาคกลางเกิดสะดุด จะบรรทุกมะม่วงไปส่งเอง หรือเถ้าแก่ล้งจะขึ้นมารับซื้อถึงที่เองก็มีปัญหาด้านน้ำมัน ปัญหาขายมะม่วงเริ่มเกิดขึ้น

กระทั่งถึงทุกวันนี้ที่เข้าสู่ช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ขายได้แค่ กก.ละ 3 บาท หรือตันละ 2-3 พันบาทเท่านั้น ซึ่งก็พอที่จะได้ค่าปุ๋ยเคมีคืนบ้าง ส่วนจะกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่ ยังไม่อยากคิดในตอนนี้


ขณะที่นางไพรินทร์ แสงเมล์ เถ้าแก่ล้ง จาก จ.กำแพงเพชร บอกว่า การรับซื้อผลผลิตมะม่วงฤดูกาลนี้มีปัญหามาตั้งแต่น้ำมันขึ้นราคา จนเกษตรกรไม่สามารถจ้างรถขนส่งหรือบรรทุกมะม่วงนำส่งล้งได้ จึงได้โทร.ให้ตนขึ้นมารับซื้อถึงที่ โดยพื้นที่ ต.บึงวิชัย มีล้งขึ้นมาเปิดจุดรับซื้อถึง 5 จุด เพื่อช่วยระบายผลผลิตออกให้ทันก่อนมะม่วงเสียหาย แต่ด้วยราคาน้ำมันแพง ทำให้ต้นทุนขนส่งสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องปรับราคาซื้อลงตามกลไก กำหนดราคาขั้นต่ำ กก.ละ 3 บาทไม่เกิน 5 บาทตามคุณภาพ ถึงแม้วันนี้น้ำมันจะลดลงบ้าง แต่ระบบการตลาดหรือการค้าการขาย ที่เกิดการสะดุดก่อนหน้านี้ ก็ยังมีผลกระทบต่อเนื่องกับภาคธุรกิจการค้าขายอยู่ดี

ทุกปีที่ผ่านมาค่าขนส่งเที่ยวละ 6 พันบาท แต่ปีนี้สิ้นเปลืองค่าน้ำมันเที่ยวละ 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงมาก ในส่วนปริมาณมะม่วงที่ซื้อไป เมื่อถึงปลายทางก็เกิดความเสียหายบ้างเป็นธรรมดา เนื่องจากสภาพอากาศร้อนมาก มีผลให้ลูกมะม่วงเกิดการเน่าเสีย อย่างเมื่อวานซื้อไป 9 ตันกว่า ไปถึงปลายทางที่ล้งเหลือจากการคัดแยกเพียง 8 ตันกว่าเท่านั้น ซึ่งน้ำหนักลดหายไป ขาดทุนเฉลี่ยต่อเที่ยวถึง 2 พันกว่าบาททีเดียว ทำให้บรรยากาศการซื้อข่ายมะม่วงปีนี้วิกฤติมาก และรู้สึกสงสารเกษตรกรมาก


“ตนเองที่เป็นแม่ค้าคนกลางก็ได้รับผลกระทบหนักไม่น้อยไปกว่ากัน จะเลิกกลางคันก็ไม่ได้เพราะเป็นอาชีพ ก็ต้องทนสู้ต่อไปเพื่ออนาคตจะดีขึ้น ซึ่งหวังว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงมาดูปัญหาและมีมาตรการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนมะม่วง รวมทั้งผู้ประกอบการค้ามะม่วงด้วย” นางไพรินทร์กล่าว