MGR Online - “ราชทัณฑ์” ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย ปม “แป้งนาโหนด” สุดกลั้นอัดคลิประบายถูกกลั่นแกล้ง ย้ำ ระบบควบคุมเข้มงวด“ไร้มือถือในเรือนจำ”
จากกรณี นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” อายุ 41 ปี อัดคลิปวิดีโอเสียงสนทนาภาษาใต้ (ไม่ปรากฏรูปภาพเคลื่อนไหว) ส่งออกมาร้องเรียนผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากคิดว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำบางขวาง โดนกลั่นแกล้งทางคดี และขอย้ายเรือนจำอื่น เพราะถูกเจ้าหน้ากลั่นแกล้ง ทั้งยังร้องเรียนปล่อยให้ผู้ต้องขังเล่นคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือภายในแดน 10 และแดน 1 ติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับคดียาเสพติดที่จับมาจากต่างประเทศ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา
วันนี้ (24 เม.ย.) กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำกลางบางขวาง ผลการตรวจสอบเบื้องต้น ปรากฏว่า คลิปเสียงดังกล่าวเป็นกรณีที่ญาติแอบลักลอบบันทึกเสียง ขณะใช้บริการเยี่ยมญาติทางไกลผ่านแอปพลิเคชันไลน์ (Line) ซึ่งเป็นบริการที่เรือนจำจัดให้มีขึ้นตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ติดต่อกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ลดความเครียดในช่วงการคุมขัง อำนวยความสะดวกแก่ญาติลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของญาติที่อยู่ห่างไกล ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ส่วนกรณีการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นไปตามมาตรา 74 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เป็นสิ่งของมีไว้ใช้ในราชการ รวมถึงเพื่อการฝึกอบรมและการศึกษาของผู้ต้องขัง กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า ไม่มีสิ่งของต้องห้าม โทรศัพท์มือถือ หรือการใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์เพื่อการติดต่อสื่อสารในลักษณะผิดระเบียบภายในเรือนจำ การควบคุมสิ่งของต้องห้ามเรือนจำได้ดำเนินมาตรการตรวจค้นและควบคุมสิ่งของต้องห้ามอย่างเคร่งครัด ตามระเบียบและข้อกำหนดของกรมราชทัณฑ์และกระทรวงยุติธรรม
สำหรับกรณีการยื่นขอขยายระยะเวลาการยื่นฎีกาต่อศาลจังหวัดพัทลุง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โดยกระบวนการพิจารณาคดี การพิจารณาโทษ การยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาของผู้ต้องขัง เรือนจำกลางบางขวางได้รับความร่วมมือกับสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี โดยเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังทุกคนมีสิทธิยื่นเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องราวใดๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในการต่อสู้คดีได้ตามช่องทางและกระบวนการที่กฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักความเป็นธรรมและความโปร่งใส่ หากมีข้อร้องเรียน กรมราชทัณฑ์ยินดีให้หน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ กรณีการขอย้ายเรือนจำ การพิจารณาดังกล่าวต้องเป็นไปตามระเบียบและดุลพินิจของทางราชการการพิจารณาย้ายผู้ต้องขังจะให้ความสำคัญกับ “ความเหมาะสมและความมั่นคงปลอดภัย” เป็นลำดับแรก รวมถึงพิจารณาจากพฤติกรรมและการจำแนกลักษณะผู้ต้องขัง เพื่อให้การบริหารจัดการภายในเรือนจำทั่วประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพประกอบกัน
กรมราชทัณฑ์พร้อมดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนในทุกประเด็น และจะแจ้งผลการตรวจสอบให้สื่อมวลชนและประชาชนได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและชัดเจน โดยยึดถือประโยชน์ของทางราชการและความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นสำคัญ

