xs
xsm
sm
md
lg

ผงะ! พบโครงกระดูกปริศนาในป่าถูกไฟไหม้ อยุธยา ลูกชายเชื่ออาจเป็นพ่อหาย 3 ปี รอตรวจดีเอ็นเอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



พระนครศรีอยุธยา - ชาวบ้านเจอชิ้นส่วนกระดูกกระจายในป่ารก หลังไฟไหม้เผยพื้นที่เคยมีคนแจ้งหาย ลูกชายรุดดู เชื่อมีความเป็นไปได้ 80% ด้านน้องสาวเผยลางสังหรณ์ได้กลิ่นบุหรี่ในบ้านก่อนพบกระดูก

วันนี้(24 เม.ย.) ร.ต.อ.เสวก ศรีแก้ว พนักงานสอบสวน สภ.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งพบโครงกระดูกมนุษย์ภายในป่าพื้นที่หมู่ 2 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จึงรายงานผู้บังคับบัญชา พร้อมนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรโรงพยาบาลบางไทร และเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา เข้าตรวจสอบ
จุดเกิดเหตุเป็นป่ารก ห่างจากแคมป์คนงานก่อสร้างประมาณ 500 เมตร บริเวณป่ากกที่เพิ่งถูกไฟไหม้ พบโครงกระดูกมนุษย์ทั้งกะโหลกศีรษะ ท่อนแขน ท่อนขา และชิ้นส่วนกระดูกกระจายอยู่ในพื้นที่

นายกฤษดา พุมาเกียว อายุ 64 ปี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า คนงานที่มาหาปลาเป็นผู้พบโครงกระดูกก่อนแจ้งผู้จัดการแคมป์และประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้าตรวจสอบ โดยระบุว่าหากไม่เกิดไฟไหม้ป่าก่อนหน้านี้ พื้นที่จะรกจนไม่สามารถเข้าไปพบได้ อีกทั้งในละแวกดังกล่าวมีชายวัยกว่า 80 ปีหายตัวไปนานกว่า 3 ปี

ด้านนางนิชาภา สัมมาสิทธิ์ อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.เชียงรากน้อย กล่าวว่า คาดว่าโครงกระดูกเสียชีวิตมานานแล้ว เนื่องจากพื้นที่เคยเป็นป่ารก กระทั่งเกิดไฟไหม้เมื่อ 2–3 สัปดาห์ก่อนจึงมีผู้พบ ทั้งนี้มีการประสานลูกชายของผู้สูญหายให้มาตรวจสอบ และต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันตัวบุคคล เนื่องจากตรวจสอบแคมป์คนงานแล้วไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม และพื้นที่ไม่เปิดให้คนนอกเข้าออก

ต่อมา นายชูศักดิ์ กุหลาบศรี อายุ 65 ปี ลูกชายของผู้ที่แจ้งหายเมื่อ 3 ปีก่อน เดินทางมาดูจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า หลังพ่อหายได้แจ้งความและตามหาตามกล้องวงจรปิดหลายจุดแต่ไม่พบ กระทั่งครอบครัวเตรียมทำบุญให้ผู้สูญหาย

นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า เมื่อ 2 วันก่อน น้องสาวที่อยู่บ้านเพียงลำพังได้กลิ่นบุหรี่ภายในบ้านซึ่งเป็นบ้านของพ่อที่หายไป อยู่ห่างจุดพบโครงกระดูกไม่ถึง 1 กิโลเมตร แม้ค้นหาก็ไม่พบต้นตอ ทำให้เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ถึง 80% ว่าโครงกระดูกอาจเป็นพ่อ เนื่องจากขณะหายตัวมีอาการหลงลืมและเดินไม่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม ได้ฝากดีเอ็นเอไว้กับกระทรวงยุติธรรมแล้ว ต้องรอผลตรวจยืนยันอีกครั้ง

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มอบหมายให้กู้ภัยนำโครงกระดูกส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี พร้อมตรวจดีเอ็นเออย่างละเอียด และจะขยายพื้นที่ตรวจสอบว่ามีผู้สูญหายรายอื่นในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมหรือไม่ต่อไป.