WMO เน้นย้ำให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนจัดการน้ำ การสำรองอาหาร และการเตรียมระบบสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO)ได้ออกรายงานอัปเดตสภาพภูมิอากาศรายฤดูกาล (Global Seasonal Climate Update) ฉบับล่าสุด ซึ่งส่งสัญญาณเตือนให้ทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของระบบสภาพอากาศในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง กรกฎาคม 2026 โดยมีใจความสำคัญคือการสิ้นสุดสภาวะปกติและก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญอย่างเต็มตัว
• การกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ (The Return of El Niño)
จากข้อมูลดัชนีทางอุตุนิยมวิทยาและแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ พบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ด้วยความเชื่อมั่นสูงว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไตรมาสกลางปีนี้ ที่น่ากังวลคือมีการคาดการณ์ว่าเอลนีโญในรอบปี 2026 นี้ อาจมีความรุนแรง (Strong Event) ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบกระแสลมและปริมาณฝนทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
• อุณหภูมิโลก: ร้อนระอุเป็นประวัติการณ์
อิทธิพลของเอลนีโญ เมื่อบวกกับแนวโน้มการสะสมของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้การพยากรณ์อุณหภูมิในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2026 มีทิศทางเดียวกันคือ "ร้อนกว่าปกติเกือบทั่วโลก"
• พื้นที่เฝ้าระวัง: อเมริกาเหนือตอนใต้, อเมริกากลาง, ทะเลแคริบเบียน, ยุโรปตอนใต้ และแอฟริกาเหนือ มีโอกาสสูงมากที่จะเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ยาวนานและรุนแรงขึ้น
• ผลกระทบทางทะเล: อุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่งและอาจกระตุ้นให้เกิดพายุหมุนเขตร้อนที่มีพลังทำลายล้างมากขึ้นในบางพื้นที่
• ความแปรปรวนของฝน: มรสุมที่เปลี่ยนไป
รายงานของ WMO ระบุถึงความเปราะบางของระบบมรสุม โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่น:
• วิกฤตฝนแล้งในเอเชียใต้: มีสัญญาณเตือนว่าปริมาณฝนในอินเดียและประเทศใกล้เคียงจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลเพาะปลูกสำคัญ
• ความแห้งแล้งในโอเชียเนียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ผลกระทบจากเอลนีโญมักมาคู่กับความแห้งแล้งในออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ซึ่งในปี 2026 นี้ อาจถูกซ้ำเติมด้วยสภาวะมหาสมุทรอินเดีย (Positive IOD) ทำให้สถานการณ์น้ำในภูมิภาคนี้ตึงตัวยิ่งขึ้น
• พื้นที่ฝนชุก: ในทางตรงกันข้าม พื้นที่อย่างตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา และบางส่วนของอเมริกาใต้ตอนล่าง อาจเผชิญกับปริมาณฝนที่มากกว่าปกติ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย
• บทสรุปและการเตรียมพร้อม
รายงานฉบับนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับมวลมนุษยชาติ ปรากฏการณ์เอลนีโญไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงความผันผวนของทรัพยากรน้ำ สุขภาพสาธารณะจากคลื่นความร้อน และความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐาน
อ้างอิง https://wmo.int/.../global-seasonal-climate-update-may

