xs
xsm
sm
md
lg

ผู้การฯโคราชสั่งสอบขยายผล ขบวนการปลอมแจ้งเกิดทิพย์ให้จีนเทา 27 ราย เร่งตามจับจนท.รัฐมีเอี่ยวยังล่องหน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ผู้การตำรวจโคราช สั่งสอบขยายผล ขบวนการปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติจีนเทา 27 ราย ของจนท.ทะเบียนราษฎร์เทศบาลโพธิ์กลาง โคราช ก่อนส่งสำนวนคดีให้ ป.ป.ช. เอาผิดตามกม. และเร่งติดตามตัวจนท.รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องหายตัวไปกว่า 20 วัน มาเค้นสอบขยายผลสาวไปถึงต้นตอขบวนการ

วันนี้ ( 26 เม.ย.69) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จากกรณี นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้ออกมาเปิดเผยพร้อมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าพนักงานทะเบียนราษฎร์ของเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ภายหลังตรวจพบการกระทำความผิดทุจริตงานทะเบียนราษฎร์ โดยมีพฤติการณ์ปลอมเอกสารรับแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ (จีนเทา)โดยมิชอบ พร้อมเรียกรับผลประโยชน์รายละ1-3 หมื่นบาท และ กระทำการเป็นขบวนการ

โดย การตรวจสอบดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง กรมการปกครอง ได้ประสานเข้าตรวจสอบ และพบความผิดปกติในการออกเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติ ซึ่งขณะนี้ตรวจพบข้อมูลความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับชำนาญการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว นั้น

นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง
ล่าสุด พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) นครราชสีมา เปิดเผยถึงคดีดังกล่าวว่า ตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ (ผกก.) สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองนครราชสีมา เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนเพื่อขยายผลทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่บ่งชี้ถึงการกระทำความผิด


โดยในวันจันทร์ที่ 27 เม.ย.นี้ จะมีการเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล หากพบความเชื่อมโยงถึงบุคคลใด ก็จะเรียกเข้าสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนรวบรวมสำนวนคดี ทั้งหมดส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งนี้ตำรวจต้องติดตามตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความเกี่ยวข้องและหายตัวไปแล้วกว่า 20 วัน มาสอบสวนขยายผลเพราะถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะสาวไปถึงขบวนการนี้ได้

ทั้งนี้ การทุจริตงานทะเบียนราษฎร์ในลักษณะนี้ ในเบื้องต้นพบว่า มีการแจ้งความจากนายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลางเพียงแห่งเดียว และยังไม่พบข้อมูลว่ามีพื้นที่อื่นเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการขยายผลไปถึงต้นตอของขบวนการดังกล่าวอย่างแน่นอน