xs
xsm
sm
md
lg

'น้ำเงิน-ส้ม' สวนคนละหมัด ปมปิดไฟถนนชนบท ประหยัดพลังงานแลกชีวิต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เดือดปมปิดไฟถนนชนบท "น้ำเงิน" ชี้จำเป็นเพื่อประหยัดพลังงาน "ส้ม" สวนกลับอย่าเอาชีวิตประชาชนมาเสี่ยง แนะเปลี่ยนเป็นหลอด LED คือทางออกที่ดีกว่า ไม่ใช่การดับไฟให้มืดลง

จากที่ดูเหมือนว่าน่าจะไม่มีอะไร ไปๆมาๆกลายเป็นวิวาทะทางการเมืองกันแล้วระหว่าง พรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ประกาศมาตรการ ‘ลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง’ บนถนน เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ เพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศ

สำหรับมาตรการที่กรมทางหลวงชนบท จะดำเนินการนั้น ประกอบด้วย 1.ให้ดำเนินการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ 2.ใช้วิธีการปิดไฟฟ้าแสงสว่างบางดวงในช่วงเวลากลางคืน ในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ยกเว้นพื้นที่จุดเสี่ยง 3.ให้หน่วยงานภายในสังกัดกรมทางหลวงชนบทติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง 4.หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ให้สามารถกลับมาเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามปกติได้ทันที และ 5.ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง

จากเรื่องนี้เอง ทำให้นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) แสดงความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กว่า สิ่งที่กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ควรทำคือ การเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS เป็นไฟ LED ซึ่งจะประหยัดพลังงานได้ดีกว่า และยั่งยืนกว่า การดับไฟบนถนน

นายศุภณัฐ ย้ำว่า การที่กระทรวงคมนาคมมาโฟกัสเรื่องปิดไฟ คงช่วยไม่ได้เท่าไร เพราะระยะห่าง ความถี่ และตำแหน่งของ หลอดไฟมันถูกกำหนดมา เพื่อการกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน ถ้าปิดไฟก็ต้องกระทบต่อผู้ใช้งานถนน เสี่ยงอันตราย และในหลายพื้นที่ก็ไฟดับมานานแล้วด้วย ยิ่งปิดก็ยิ่งมืด ปลายทางเชื่อว่า นโยบายนี้คงแทบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าจะประหยัดไฟอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงไปเน้นเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ และอย่าให้ใครมาลักขโมยตัดสายไฟบ่อยๆ

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบโต้ว่า นโยบายของกระทรวงคมนาคม คือ 1.ลดการใช้พลังงาน ในสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลาง โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยบางสายทางหลัก ที่มีไฟแสงสว่างมาก หรือในต่างจังหวัด ที่ช่วงดึก มีการสัญจรน้อย ก็อาจพิจารณา ใช้วิธีการเปิดสลับ บางสายทางไฟน้อยก็ไม่จำเป็นต้องปิดเพื่อให้ประชาชน สัญจรโดยปลอดภัย นอกจากนี้ ให้ทำแผนปรับเปลี่ยนชนิดหลอด ให้เป็น LED ให้ประหยัดไฟ แต่ให้มีความสว่าง สูงหรือมากขึ้นกว่าเดิม

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนสายทางไหนไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ก็ให้เขตพื้นที่แจ้งเข้ามายังกระทรวง ก็จะเร่งจัดสรรงบประมาณลงไปให้ ดังนั้นเรื่องแบบนี้ ไม่ควรต้องหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง กล่าวหาข้าราชการเอาใจนาย ในเมื่อเรื่องประหยัดพลังงาน ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการดำเนินการในภาวะเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะปกติ ค่าไฟสาธารณะ ก็จะถูกนำไปบวกกับหน่วยการใช้ไฟ ของประชาชน ก็จะเป็นภาระของประชาชนอีก ยิ่งถ้าเราไม่ทำ ไม่ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น ก็จะยิ่งซ้ำเติมประชาชนในสถานการณ์นี้ และการเปลี่ยนหลอดไฟ ใช่ว่าจะทำทั้งหมดได้ในเวลาสั้นๆ

“ดังนั้น ทำอะไรได้ พวกเราก็ควรดำเนินการไปก่อน รวมถึงท่านผู้วิจารณ์ ก็ควรค้านแบบสร้างสรรค์ ดูสถานการณ์โลก ไม่ใช่ค้านแบบมุกเดิม ๆ ที่ไม่ทันกับสถานการณ์แล้ว” นายสิริพงศ์ กล่าว