เชียงราย – ผู้ว่าฯ ยกย่องครูเชียงรายเป็นนักสู้..ร้องผอ.-ผู้บริหารโรงเรียน ส่อทุจริตงบอาหารกลางวันเด็ก นาน 10 ปี เรื่องไม่คืบไปไหน ขณะที่เจ้าตัวถูกกระทำสารพัด ทั้งงดขั้นเงินเดือน-ย้ายข้ามจังหวัด ล่าสุดโดนเครือข่ายเก่าตามราวี ขอย้ายกลับ ขณะที่ครูเกษีณอีกราย ตามยื่นสอบ ผอ.โรงเรียนเก่าฟอกเงิน
วันนี้ (27 เม.ย.) ที่ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกรม จ.เชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้เปิดโอกาสให้ครูกาหลง จบศรี อายุ 51 ปี ครูชำนาญการพิเศษ สังกัดโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ภูซาง จ.พะเยา ซึ่งเป็นอดีตครูสังกัดโรงเรียนที่ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อทางจังหวัด ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำ จ.เชียงราย
กรณีเคยร้องเรียนต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เชียงราย เขต 4 สำนักงานศึกษาธิการ จ.เชียงราย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำ จ.เชียงราย และอีกหลายหน่วยงานให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดเดิมที่ อ.เวียงแก่น พร้อมพวกโดยเฉพาะคดีการทุจริตโครงการอาหารกลางวันเด็กตั้งแต่ปี 2561
และตลอดระยะเวลา 8 ปีหลังร้องเรียนครูกาหลงกลับถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ถูกงดขั้นเงินเดือน และถูกโยกย้ายข้ามจังหวัดไปอยู่ที่ อ.ภูซาง
ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้กล่าวชื่นชมต่อที่ประชุมซึ่งมีข้าราชการทุกหน่วยงานเข้าร่วมว่าครูกาหลังเป็นนักสู้มากว่า 10 ปี ทำเพื่อส่วนรวม เพื่อผู้ปกครองและนักเรียน ตนจึงขอใช้โอกาสนี้รับเรื่องไว้อีกครั้งและมอบหมายให้ศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย ติดตามเรื่องราวให้
ทั้งนี้ครูกาหลงยังขอให้ทางจังหวัดช่วยหาแนวทางให้ตัวเองย้ายออกจากโรงเรียนเดิมที่ อ.ภูซาง ไปช่วยราชการที่โรงเรียนใหม่ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา แทนเพราะหลังถูกโยกย้ายไปอยู่ที่ อ.ภูซาง ก็ถูกกดดันจากเครือญาติและเครือข่ายเดิมของผู้บริหารชุดเดิมที่เคยอยู่ที่ จ.เชียงราย จนมีข่าวถึงขั้นว่าจะมีการระดมชาวบ้านขับไล่ตนด้วย ซึ่งนายชูชีพได้สั่งการให้นายลิขิต มีเสรี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย รับเรื่องไว้
วันเดียวกันเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ประจำ จ.เชียงราย ได้เข้าสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากครูกาหลงซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่ามีหลักฐานข้อร้องเรียนชัดเจน ทั้งบัญชีการใช้จ่ายเงิน การบันทึกภาพและเสียง ฯลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ประจำ จ.เชียงราย ได้แจ้งกลับว่าที่ผ่านมาครูกาหลงได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ 5 เรื่อง
คือ 1.ร้องเรียนผู้อำนวยการ สพป.เชียงราย เขต 4 ซึ่งกรณีนี้ ป.ป.ช.ได้ยื่นเรื่องต่อต้นสังกัดของผู้อำนวยการคือคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และทราบว่า สพฐ.ได้พิจารณาเรื่องเสร็จแล้ว ป.ป.ช.กำลังรอผล ,2.ร้องเรียนผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการ จ.เชียงราย กรณีถูกสอบวินัยและโยกย้าย ซึ่ง ป.ป.ช.ได้แจ้งไปยังต้นสังกัดแล้วตั้งแต่กลางปี 2566 แต่ไม่มีการดำเนินการ ทั้งที่ล่วงระยะเวลากว่า 2 ปีซึ่งนานแล้ว ดังนั้น ป.ป.ช.ได้มีหนังสือสอบถามไปอีก
3.ร้องเรียนอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนที่เคยสังกัดที่ อ.เวียงแก่น ทาง ป.ป.ช.ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน ,4.ร้องเรียนเรื่องงบประมาณซ่อมแซมอาคาร ซึ่ง ป.ป.ช.ได้มีมติแล้วเมื่อเดือน มี.ค.2569 แต่อยู่ในขั้นตอนจัดทำเอกสารมติ และ 5.ร้องเรียนการทุจริตอาหารกลางวันเด็กซึ่ง ป.ป.ช.ได้มีมติยุติเรื่องไปแล้วตั้งแต่ปี 2565 ปัจจุบันครูกาหลงได้ฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่และศาลพิพากษาให้เปิดเผยข้อมูลการตรวจสอบแล้ว แต่ตามขั้นตอนคาดว่าจะมีการอุทธรณ์ไปจนถึงศาลปกครองสูงสุด
ครูกาหลง กล่าวว่าตนดูแลเรื่องการเงินจึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานต่างๆ เอาไว้พร้อมสรรพ มีการแสวงหาข้อมูลจากผู้ปกครองและนักเรียนเพิ่มเติม แต่หลังร้องเรียนกลับมีการข่มขู่ผู้ปกครองและเด็กให้ยุติเรื่อง มีการตั้งคณะกรรมการสอบตน งดขั้นเงินเดือนและโยกย้ายไปอยู่ในที่ที่เครือญาติของผู้บริหารชุดเก่าอยู่ จึงสงสัยในกระบวนการตรวจสอบของประเทศไทยว่าเหตุใดผู้ที่ร้องเรียนจึงเป็นฝ่ายถูกกระทำ
“ข้อหาที่ตนถูกตั้งคณะกรรมการสอบคือออกจากโรงเรียนเพื่อไปร้องเรียนเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตผอ. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องการทุจริตต่างๆ ที่ตนร้องเรียนถือว่ามีความรุนแรงแตกต่างกันมาก แต่คนเหล่านั้นกลับไม่ถูกดำเนินการใดๆ”
ในโอกาสเดียวกัน ครูบุญธัน ธรรมปัญญา อายุ 63 ปี อดีตข้าราชครูเกษียณอายุราชการ ซึ่งเคยสวมใส่เพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียว-ใช้ธงชาติตัว ขับขี่รถจักรยานยนต์จากจ.เชียงราย ไปยังกรุงเทพฯ เพื่อร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียะเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ให้ตรวจสอบการทุจริตในโรงเรียนเก่าตน เข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย ด้วย
ครูบุญธันระบุว่าผู้บริหารโรงเรียนของตนในอดีตตั้งสหกรณ์ขึ้นมาแต่ไม่มุ่งหวังผลกำไร แต่เชื่อว่าเป็นการฟอกเงิน มีการโอนหุ้นสหกรณ์เข้าบัญชีธนาคารของผู้อำนวยการโรงเรียน รวมเป็นเงินประมาณ 800,000 บาท ครูหลายคนร่ำรวยไม่เป็นหนี้สินช่วงก่อนการตรวจสอบ แต่หลังจากปี 2567 กลับทำทีไปกู้หนี้ยืมเงินเป็นหนี้สินขึ้นมาอย่างน่าสงสัย
“ตนเคยขับขี่รถจักรยานยนต์ไปยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งท่านรับปากจะติดตามเรื่องให้ แต่ช่วงเวลาร้องเรียนน้อยมาก จึงได้เข้าร้องเรียนต่อทางจังหวัดอีก เพราะก่อนหน้านี้เคยยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.เชียงราย แต่เรื่องก็ถูกยุติลงเช่นเดียวกับเรื่องของครูกาหลงเช่นกัน”
ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ประจำ จ.เชียงราย ได้รับเรื่องและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่นเดียวกับศูนย์ดำรงค์ธรรม จ.เชียงราย ก็รับเรื่องไว้ตรวจสอบแล้ว.

