ดราม่าวงการผลไม้ระอุ! "แพรรี่ ไพรวัลย์" ออกโรงฟาดแคมเปญรัฐดึง "พิมรี่พาย" ไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท จวกยับเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุและสร้างภาพจำที่ผิดเพี้ยนให้ผู้บริโภค หวั่นจุดชนวน "สงครามราคา" บีบแม่ค้ารายย่อยตายเรียบ พร้อมสวนหมัดเด็ด "ถ้ารัฐอยากให้ของถูก ทำไมไม่ไลฟ์ขายปุ๋ย 100 บาทบ้าง" จี้เอาเวลาไปจัดการ "ล้งจีน" ผูกขาดตลาดจะดีกว่า
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมจับมือกับ "พิมรี่พาย" อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง จัดแคมเปญไลฟ์สดขายทุเรียนไทยส่งตรงจากสวนในราคาเพียงลูกละ 100 บาท ซึ่งทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อกลไกราคาในช่วงฤดูกาล
ล่าสุด วันนี้ (27 เม.ย.) “แพรรี่ ไพรวัลย์” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายทุเรียนด้วยนั้น ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 5 นาที เพื่อวิพากษ์วิจารณ์กระแสดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยเป็นการส่งเสียงในฐานะตัวแทนของเกษตรกรชาวสวนและแม่ค้ารายย่อย เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของระบบนิเวศการค้าทุเรียนที่กำลังจะถูกกระทบ
ภายในคลิป แพรรี่ได้ชี้ให้เห็นกองทุเรียนคัดเกรดคุณภาพ พร้อมยืนยันว่า ทุเรียนคุณภาพดีนั้นปกติขายกันเป็นกิโลกรัม และราคาก็ตกกิโลกรัมละหลักร้อยบาทขึ้นไปอยู่แล้ว พร้อมตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า ทุเรียนลูกละ 100 บาทที่นำมาขายนั้นคือทุเรียนอะไร? เป็นทุเรียนตกไซส์, หนอนเจาะ, ทุเรียนลมพัดร่วง หรือสินค้าไม่ได้คุณภาพหรือไม่ เพราะของที่ดีย่อมต้องมาพร้อมกับราคาที่สมเหตุสมผล
แพรรี่ ยังได้สะท้อนถึงความยากลำบากของชาวสวนซึ่งเป็น "ต้นน้ำ" ว่า ปัจจุบันต้นทุนการทำเกษตรพุ่งสูงมาก โดยเฉพาะค่าปุ๋ยที่ตกกระสอบละกว่าพันบาท หากสังคมไปบีบให้ชาวสวนต้องขายทุเรียนลูกละร้อย เกษตรกรจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร พร้อมเหน็บแนมอย่างเจ็บแสบว่า "ถ้ารัฐอยากให้ทุเรียนราคาถูก ทำไมไม่ไลฟ์สดขายปุ๋ยกระสอบละ 100 บาทบ้าง เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร"
นอกจากนี้ แพรรี่ยังได้ฝากข้อความไปถึง "พี่แต๋ม" ว่า ตนเข้าใจในเจตนาดีที่อยากให้ประชาชนได้บริโภคของถูก แต่การทำเช่นนี้คือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและทอดทิ้งคนต้นน้ำอย่างแท้จริง พร้อมชี้เป้าว่าปัญหาใหญ่ที่แท้จริงคือเรื่อง "ล้งจีน" ที่เข้ามากว้านซื้อและผูกขาดควบคุมตลาดทุเรียนไทย รัฐควรนำเวลาไปเจรจาต่อรองให้ล้งเหล่านี้รับซื้อผลผลิตจากชาวสวนในราคาที่เป็นธรรมจะดีกว่า
ประเด็นสำคัญที่สุดที่แพรรี่เน้นย้ำ คือการที่อินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่ลงมาดัมพ์ราคาขายทุเรียนลูกละ 100 บาท จะส่งผลให้ผู้บริโภคเกิด "ภาพจำที่ผิดเพี้ยน" และคาดหวังว่าจะต้องซื้อทุเรียนในราคานี้จากแม่ค้าทั่วไปด้วย
เธอทิ้งท้ายด้วยการเตือนสติว่า ขออย่าทำ "สงครามราคา" เช่นนี้เลย เพราะพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยตามริมทางหรือตลาดนัด ที่ไม่มีสายป่านยาว ไม่มีต้นทุนไปสู้ และไม่มีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียขนาดใหญ่คอยซัพพอร์ต จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ขายของไม่ได้ และอาจถึงขั้นต้องปิดกิจการกันหมด

