กพช.มีมติปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนที่ส่งกลับเข้าระบบหน่วยละ 2.20 บาท เป็นเวลา 10 ปี
วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 1/2569 (ครั้งที่ 175)
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม กพช.วันนี้พิจารณา 2 เรื่องหลัก คือ การปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติ
1.เห็นชอบการปรับปรุงนโยบายอัตราค่าไฟฟ้าสาหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย โดยปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive rate) สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ภายในเดือนมิถุนายน 2569 และปรับปรุงอัตราการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่า 200 หน่วยขึ้นไปเป็นอัตราที่สะท้อนและส่งเสริมให้เกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
2. มอบหมายคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณานำเงินผลประหยัดจากมูลค่าการจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โดยไม่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซของโรงแยกก๊าซ (Bypass Gas) จำนวน 369,568,004.06 บาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft ในงวดเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน
3.ให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ร่วมกับ กกพ. ศึกษาแนวทางการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาให้กับบ้านอยู่อาศัย เพื่อให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้กับบ้านอยู่อาศัยดังกล่าว ในอัตราค่าไฟที่เหมาะสมและเป็นธรรม และนำเสนอผลการศึกษาต่อ กพช.โดยเร็ว
สำหรับการส่งเสริม Solar Rooftop สำหรับภาคประชาชนที่ประชุมมีมติ
1.เห็นชอบแนวทางการส่งเสริมฯ ในรูปแบบ Net Billing โดยกำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินปริมาณ 500 MW ปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ (kW) ต่อมิเตอร์รับซื้อไฟฟ้า กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
2.มอบหมายให้ กกพ.ดำเนินการออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าตามแนวทางการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569 รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) และอุปกรณ์รองรับ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับโครงการได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
“เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการตามมติอย่างเป็ยรูปธรรม โดยคำนึงถึงปัจจัยรอบด้าน ซึ่งบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟไม่เกิน 500 หน่วยแรก คิดเป็นกว่า 20 ล้านครัวเรือน จะได้ประโยชน์อัตราค่าไฟเฉลี่ยที่ลดลง และหน่วยละ 3 บาทสำหรับ สำหรับที่ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย“

