ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ "ไอ้โม่ง" ตุนน้ำมัน กับเกมหลบกระทู้ "เสี่ยหนู-พิพัฒน์" ยิ่งชิ่ง ยิ่งพิสูจน์ทราบ…คนใกล้ตัว รวยไม่ไหวแล้ว!?
เรื่องการควานหาตัว "ไอ้โม่ง" กักตุนน้ำมันมาลงโทษ กับท่าทีขึงขังของรัฐบาล ดูทรงคงเป็น "ปาหี่" ต่อไป เพราะไล่ตั้งแต่ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จนถึง "โกเกียะ" พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ต่างก็ "ชิ่ง"เอาตัวรอด
แม้แต่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีประธาน "ซาเล้ง" โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้(30 เม.ย.) ก็ยังให้ท้าย
กระทู้ถามสดของ "เท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี กรณีกักตุนน้ำมัน ที่โยงใย กลุ่มทุนเทา แก๊งสแกมเมอร์ หรือบุคคลระดับสูงในรัฐบาล จึงทำให้สภาปั่นป่วน
งานนี้ "เสี่ยหนู" นายกรัฐมนตรี มอบหมาย "พิพัฒน์" มาชี้แจง แต่ "โกเกียะ" ไม่มา อ้างติดภารกิจ จึงให้ "สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ" รมช.คมนาคม มาเป็นมวยแทน
ฝ่ายค้านจึงมองว่า เป็นการ "ชิ่ง" เพราะ เรื่องนี้มีข้อมูลลึกซึ้งที่ “รมช.สิริพงศ์” อาจตอบไม่ได้ จนสุดท้าย "ประธานซาเล้ง" โสภณ ต้องอนุญาตให้ถามแบบเหมือน "จุดธูป" บอกถามลอยๆ ถึงรัฐบาลได้ ท่ามกลางการประท้วงเซ็งแซ่
ถามกันว่าทำไม “อนุทินและพิพัฒน์” ต้อง "หนี" หรือเล่นเกมหลบกระทู้!?
ต้องบอกว่าปริศนา "ไอ้โม่ง" คือใคร? ผ่านมาเกือบสองเดือนเต็มแล้ว รัฐบาลก็ยังหาคำตอบให้กับสังคมไม่ได้
บ้างก็ว่า รัฐบาลรู้ แต่บอกไม่ได้!!
ขณะที่การที่ฝ่ายค้าน เปิดข้อมูล เหตุบังเอิญเชื่อมโยงคลังน้ำมันมูลค่า 9,000 ล้านบาท กับ กลุ่มสแกมเมอร์ และทุนเทา ถือเป็นหมัดที่หนักมาก ซึ่งที่ "พิพัฒน์" หรือ "อนุทิน" ไม่มาตอบด้วยตัวเอง จึงถูกมองว่าเป็นการ "พลิ้ว" เอาตัวรอด เพราะ หากตอบพลาดในสภาที่มีการถ่ายทอดสด อาจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวในอนาคต!
การส่ง "สิริพงศ์" มาเป็นด่านหน้า สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลยังไม่มี คำตอบที่ฟังขึ้น เกี่ยวกับส่วนต่างราคาซื้อขายน้ำมัน ที่แพงเกินจริงถึง 4,000 ล้านบาท การส่งตัวสำรองมาจึงเป็นเทคนิคการ "ซื้อเวลา" เพื่อกลับไปแต่งตัวเลข และคำอธิบายใหม่ หรือไม่!
วิญญูชนที่สดับรับฟังติดตามเรื่องนี้มาต่อเนื่อง ก็จะเห็นว่าเป็นสัญญาณอันตรายของรัฐบาล
เพราะฝ่ายค้านเริ่มขุดลึกถึง "คนใกล้ตัว" และ "ทุนเกื้อหนุน" ของพรรคร่วมรัฐบาล แบบกัดไม่ปล่อย
แน่นอนเหลือเกินว่าประเด็น "น้ำมัน" และ "ไอ้โม่ง" ที่รวยไม่ไหวแล้ว จะกลายเป็น "ไพ่น็อก" ที่อาจทำให้เก้าอี้รัฐมนตรีบางคนสั่นคลอนได้ หรืออาจจะถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ...ใครเลยจะรู้!
วงในกระซิบกระซาบมาว่า งานนี้ "โกเกียะ" พิพัฒน์ "ลำบากใจ" และตกที่นั่งลำเข็ญ เพราะนอกจากจะโดนสังคมไล่บี้เรื่องไอ้โม่งแล้ว ยังโดนคำสั่งนายกฯ ที่"เอาแสง" ให้ไปหาตัวคนผิดมาให้ได้ภายใน 1 สัปดาห์ พอถึงเวลาเส้นตายแล้ว ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน การเลี่ยงเข้าสภา จึงเป็นทางออกที่ง่ายที่สุดในชั่วโมงนี้
แต่ยิ่ง “อนุทินและพิพัฒน์” หนีสภาหลายๆ ครั้ง ยิ่งทำให้น้ำหนักความเชื่อที่ว่าคนใกล้ตัวนั่นแหละ คือ "ไอ้โม่ง" ตุนน้ำมัน จนรวยไม่ไหวแล้ว!
เรื่อง "ไอ้โม่งน้ำมัน" ไม่จบแค่ในสภาวันนี้แน่ๆ เพราะฝ่ายค้านแว่วมาว่า มี "คลิปเด็ด" และ "เส้นเงิน" เตรียมแฉต่อ ในการอภิปรายทางโซเชียลเร็วๆนี้
บอกไว้ล่วงหน้าได้เลยว่า บันเทิงแน่ๆงานนี้.
++ ป.ป.ช.เล่นใหญ่เกินเบอร์ ทำเอา “เสี่ยหนู” ต้องล้มแผนตั้ง “เสี่ยโอ๋” เป็นรัฐมนตรี
กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีมติ ยกคำร้องข้อกล่าวหา “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรมว.คมนาคม ในคดี “ซุกหุ้น” ไม่เพียงสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
แต่ยังเป็นการเหยียบย่ำความรู้สึกของสังคมว่า ในช่วงที่การเมือง“สีน้ำเงิน” ครองอำนาจ องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุล ก็ไร้ความหมาย
ในทางการเมือง ยังมีการต่อจิ๊กซอว์ ว่าการที่ “ครม.อนุทิน” ตั้งคณะรัฐมนตรี 35 เก้าอี้ โดยยังเว้นที่ว่างไว้ 1 เก้าอี้นั้น ที่แท้ ก็เว้นไว้รอ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” นี่เอง
ล่าสุด “พี่ศรี” ศรีสุวรรณ จรรยา ได้ไปยื่นคำร้อง ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำความเห็นเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของป.ป.ช.ในเรื่องดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคสี่ ประกอบ มาตรา 5 หรือไม่ หรือทำความเห็น ส่งไปยังศาลปกครอง เพื่อพิจารณาไต่สวน ต่อไป
นอกจากนี้ พรรคการเมืองในขั้วฝ่ายค้าน อย่างพรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ และสว.ในปีกที่ไม่ใช่ “สว.สีนำเงิน” ได้ร่วมกันลงชื่อ (ไม่น้อยกว่า 140 รายชื่อ) พร้อมคำร้อง และหลักฐาน ยื่นให้ประธานรัฐสภา เสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระขึ้นมา ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กรรมการป.ป.ช.ด้วยอีกทางหนึ่ง
ตอนนี้ก็รอดูว่า เมื่อเรื่องส่งไปถึงมือ “ทั่นประธานซาเล้ง” โสภณ ซารัมย์ จะใช้เวลานานแค่ไหนในการพิจารณาตรวจสอบความถูกต้อง ของคำร้อง รวมทั้งผู้ที่ลงลายมือชื่อ และสุดท้ายจะยื่นเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกา หรือตัดจบ ตีตกไป
เพราะ“ทั่นประธานฯ” พูดชัดว่า มีอำนาจในการพิจารณา ตรวจสอบ วินิจฉัย ตำแหน่งประธานฯ ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่ส่งอย่างเดียว
อย่าคิดว่าเรื่องการยื้อเวลา ดึงเช็ง หรือตีตกคำร้อง จะเป็นไปไม่ได้ เพราะยุคนี้เป็นยุค “สีน้ำเงิน” กินรวบ!!
การคาดหวังให้ฝ่ายการเมือง เป็นหัวขบวนในการตรวจสอบองค์กรอิสระ จึงมีความเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ… ขณะเดียวกัน ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ถามตัวเองว่า… แล้วจะปล่อยเลยตามเลยอย่างนี้หรือ?!
เรื่อง“สอยป.ป.ช.” กับเรื่อง“ศักดิ์สยาม”กลับมาเป็นรัฐมนตรี จึงเป็นประเด็นร้อน ตลอดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ร้อนถึงขั้น “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องออกมาบอกว่า เก้าอี้ครม.ที่ว่างอยู่ 1 ตำแหน่งนั้นไม่ได้เว้นไว้ให้ “ศักดิ์สยาม”
“เสี่ยหนู” อธิบายว่าตำแหน่งว่างอยู่ 1 ตำแหน่งนั้น เป็นเพราะว่า คนมันพอแล้วกับเนื้องานในขณะนี้ ขนาดที่สำนักนายกฯยังมีตั้ง 3-4 คน และ การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลหลัก 2 พรรค ก็ใช้รัฐมนตรีช่วยจากพรรคตัวเอง เนื้องานต่างๆ มันเพียงพอ จำนวนคนใส่เข้าในงานได้เท่านี้ มันจะเหลือที่นั่ง 1- 2 หรือ 3 คน ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ให้เต็ม
เป็นคำตอบที่ย้อนแย้ง กับความเป็นจริงที่ว่า “คนมากกว่าเก้าอี้”...เก้าอี้รัฐมนตรีมีไม่พอแบ่ง!!
และในอนาคต หากมีการปรับครม. “เสี่ยหนู” ก็ยืนยันว่า จะไม่ดึงเอา “เสียโอ๋” มาเป็นรัฐมนตรี แถมยังบอกว่า ตั้งแต่ “เสี่ยโอ๋” ออกจากการเมือง ลาออกจากพรรค ลาออกจาก สส. ก็ไม่เคยเข้ามาข้องแวะกับการเมืองเลย และตนเองก็ไม่เคยพูดคุยกับ “ศักดิ์สยาม” ในเรื่องนี้เลย
เมื่อมีคำยืนยันหนักแน่นเช่นนี้ เชื่อว่าฝ่ายตรงข้าม คงผิดหวังไปตามๆกัน ที่“เสี่ยหนู” พับแผนตั้ง “เสี่ยโอ๋” เป็นรัฐมนตรี เพราะกำลังรอยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติ ความซื่อสัตย์สุจริต และความสิ้นสุดลงของ “ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” ของ “อนุทิน” ด้วย
ขณะที่ “บรรดานักร้อง” ก็เตรียมร้องต่อ ป.ป.ช. เรื่องฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ดูว่าคราวนี้ป.ป.ช.จะยกคำร้อง “อนุทิน”อีกคนหรือไม่ !

