xs
xsm
sm
md
lg

“สรวุฒิ” ปัดเป็นตัวกลางประสานอธิบดีฝนหลวงพบหลาน “สุริยะ” แจงขอดูร่างงบฯ 70 หวังเช็คโครงการทำประโยชน์ให้ประชาชนหรือไม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เลขาฯ รมว.เกษตรฯ ปัดเป็นตัวกลางประสานอธิบดีฝนหลวง พบหลาน “สุริยะ” ท้าถามเจ้าตัวได้ ยืนยันทำตามหน้าที่เลขานุการ ขอดูร่างงบฯ 70 หวังเช็คโครงการทำประโยชน์ให้ประชาชนหรือไม่ เพื่อเร่งรัดขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ลั่นไม่มีเน้นซ่อมเครื่องบิน

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวปฏิเสธกรณีเรียกพบนายนายะราเชน ศิลปะราย อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมาเพื่อพูดคุยเรื่องผลประโยชน์ของครอบครัวและคนใกล้ชิดของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จนเป็นสาเหตุให้ยื่นลาออกจากราชการ ว่า ไม่มีแน่นอน และส่วนตัวรู้จักหลานชายนายสุริยะ เพียงแค่คนเดียว ไม่ได้รู้จักหลานสาวหรือคนอื่นที่ทำงานในภาคเอกชน สามารถถามข้อเท็จจริงกับนายราเชนได้ ว่า ตนเองได้ไปเป็นตัวกลางประสานงานให้หลานนายสุริยะ แล้วไม่ได้เข้าพบ จนเป็นเหตุให้ต้องโยกย้ายหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวเคารพสิทธิ์ในการลาออกของนายราเชน หากเป็นข้าราชการที่ดีก็คงจะได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งนายราเชนก็ได้รับใช้พี่น้องประชาชนมา จึงเป็นสิทธิ์ของนายราเชนที่จะตัดตัดสินใจเอง แต่เท่าที่ทราบการบริหารราชการแผ่นดิน ก็มีการโยกย้าย ข้าราชการเป็นปกติ อยู่แล้วในช่วงเดือนตุลาคมและเดือนเมษายน รวมถึงยังมีช่วงนอกฤดูด้วย แต่เชื่อว่าเรื่องนี้นายสุริยะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง

นายสรวุฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมา เคยเจอนายราเชน ประมาณ 2 ครั้ง คือ ครั้งที่นายราเชนมา แสดงความยินดีกับนายสุริยะ ในการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ และอีกครั้งที่ได้มีการพูดคุยกันนาน ๆ คือ การขอดู ร่างเอกสารคำขอจัดทำงบประมาณปี พ.ศ.2570 เท่าที่จำได้ตอนนั้น มีการแต่งตั้งและโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี แล้ว และสำนักงบประมาณ แจ้งมาว่าวันที่ 7 เมษายน จะต้องยื่นของบประมาณให้ทัน จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะจะต้องเสนอโครงการให้ทันกับปีงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และจำได้ว่านายราเชนได้เข้าไปพบที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งส่วนตัวก็เป็นสมาชิกพรรค และเป็นเลขาฯ รัฐมนตรี ที่ต้องทำตามหน้าที่ เนื่องจากได้รับเลือกจากประชาชนให้เข้ามาดูแลและช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาได้ คือ งบประมาณ จึงต้องมีการพูดคุยกับอธิบดีทุกกรมในกระทรวงเกษตรฯ และขอดูงบประมาณว่ามีการใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ รวมถึงต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โครงการไหนที่มีความล่าช้า หรือไม่มีความพร้อม รัฐบาลก็ควรต้องโยกเงินส่วนนี้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นให้กับประชาชน

”การพูดคุยกับนายราเชน ครั้งนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีการขอไล่ดูรายละเอียดแต่ละโครงการ และไม่ได้มีการเน้นไปที่โครงการซ่อมเครื่องบิน เพียงแต่ให้กรอกนโยบายไปว่า ตรงไหนไม่จำเป็น ไม่เร่งด่วน ก็อย่าไปทำ ให้เก็บเงินไว้ทำสิ่งที่มีประโยชน์แก่ประชาชน แต่หากตรงไหนที่จำเป็นอย่าไปตัด เช่น การรักษาชีวิตของบุคลากร อย่าง นักบิน ก็อย่าไปตัด ให้ดูให้รอบคอบ ซึ่งตั้งแต่ได้สั่งการในวันนั้น ก็ไม่ได้มีการติดตามงาน หรือนัดหมายพูดคุยกันอีก และนายราเชนก็ไม่เคยกลับมารายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมด้วย“นายสรวุฒิกล่าว

ขณะเดียวกัน ส่วนตัวได้เห็นหลักฐานไทม์ไลน์การขอเข้าพบของนายราเชนตามหน้าสื่อ ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 2568 จึงควรต้องกลับไปดูว่า เป็นรัฐบาลชุดไหน และยืนยันว่า ช่วงสงกรานต์ก็ไม่ได้มีการโทรศัพท์ติดต่อใคร รวมถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้โทรศัพท์ติดต่อนายราเชน ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องเรียกมาเพื่อพูดคุยเรื่องผลประโยชน์

ส่วนหลังจากนี้หากจะต้องเดินหน้าหาความจริง ตนเองก็มีหน้าที่ที่ต้องตรวจสอบโดยไม่ได้สนใจว่าจะเป็นใคร เพราะหากมีคนร้องเรียนหรือแจ้งข้อมูลมาว่ามีเรื่องทุจริต แล้วตนเองไม่ทำ ก็มีความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่.