xs
xsm
sm
md
lg

ทัวร์ลงยับ! แก๊ง นศ.เมาขับ BMW ชนไรเดอร์ดับ เพื่อนลั่น "รถหนูก็พัง" โซเชียลจี้คดีคนรวยรอดไหม?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โซเชียลเดือดระอุ! ทวงความยุติธรรมให้ไรเดอร์หนุ่มวัย 27 ปี หลังถูกนักศึกษาเมาแล้วขับรถหรู BMW พุ่งชนเสียชีวิต ซ้ำรอยแผลในใจด้วยประโยคสุดช็อกจากเพื่อนผู้ก่อเหตุที่ลั่นว่า "โวยวายทำไมรถหนูก็พัง" จนเกิดเป็นกระแสวิจารณ์สนั่นพ่วงข้อสงสัยทำไมสื่อหลักต้องปิดนามสกุล...งานนี้ 'เส้นใหญ่' หรือไม่? ล่าสุด คณะกรรมการนักศึกษา SIIT และ อมธ. ออกแถลงการณ์ด่วน ประกาศจุดยืนต้านคนเมาขับ พร้อมจี้กระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใส สังคมกำลังจับตา

วันนี้ (1 พ.ค.) มีรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุสลด ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ ภายหลังแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ตลาดล่างอัปเกรด” ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผยพฤติการณ์ของนายภูมินท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มีอาการมึนเมาและขับขี่รถยนต์ยี่ห้อ BMW ด้วยความเร็วสูง ก่อนพุ่งชนพนักงานขับรถส่งอาหาร (ไรเดอร์) วัย 27 ปี จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจและจุดชนวนความโกรธแค้นให้กับสังคมใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ พฤติกรรมของเพื่อนหญิงที่โดยสารมาในรถคันก่อเหตุ ซึ่งได้กล่าววาจาในลักษณะที่กระทบกระเทือนจิตใจว่า "โวยวายทำไมรถหนูก็พัง" รวมถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สื่อมวลชนหลักหลายสำนักจงใจสงวนนามสกุลของผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการใช้อำนาจหรือเส้นสายเข้ามาแทรกแซงการนำเสนอข่าว ขณะที่ภาคประชาชนต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปทางกฎหมายจะสามารถให้ความยุติธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้อย่างแท้จริงหรือไม่

ความคืบหน้าล่าสุด คณะกรรมการนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT Student Committee) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกแถลงการณ์ต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยระบุว่า ทางคณะกรรมการฯ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ทางองค์กรนักศึกษาได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการต่อต้านพฤติกรรมการเมาแล้วขับ รวมถึงการละเมิดกฎหมายจราจรอย่างเด็ดขาด อีกทั้งยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ มุ่งหวังว่าโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนสำคัญที่ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เคารพกฎหมาย และตระหนักถึงความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อยับยั้งและป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียในลักษณะนี้ขึ้นซ้ำอีกในสังคม