'โทน บางแค' บุกกองปราบโต้กลับ 'มาดามเก่ง' ปมหนี้ 300 ล้าน ยันบริสุทธิ์ไม่ได้โกง ปฏิบัติตามสัญญาทุกข้อ จ่ายล่วงหน้าถึงปี 70 อ้างกลับถูกบีบให้ชำระหนี้ก่อนกำหนด
(7 พค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เมื่อวันที่ 6 พค.นางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง" ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ถูกนายโทนทอง สุขเเก่นหรือ"โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง หลอกนำพระเครื่องและตึกมาค้ำประกันหนี้ 300 ล้านบาท แต่พอนำทรัพย์สินไปประเมิน กลับพบว่าราคาต่ำกว่ามูลหนี้ค่อนข้างมาก และได้ร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปรามไว้แล้วนั้น
ล่าสุดนายโทนทอง ได้เดินทางเข้าแสดงตนกับตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่ได้หลบหนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยได้มีการเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า หลังได้ดูการสัมภาษณ์ของ "มาดามเก่ง" ที่บอกว่าได้แจ้งความตนเอง ประกอบกับก่อนหน้านี้พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้บอกว่าคดีนี้แจ้งข้อหาไปแล้ว 2 คน และตนเองคือคนที่ 3 ตนเองจึงมาพบตำรวจ เพราะอยากรู้ว่าจะแจ้งข้อหาอะไร แต่หลังมาพบตำรวจในวันนี้ก็ยังไม่มีการแจ้งข้อหา
นายโทนทองยังชี้แจงโต้กลับคำกล่าวอ้างของ "มาดามเก่ง" ที่บอกว่าตนเองจ่ายเช็คเด้งจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และหนี้ทรัพย์สินรถเบลท์ลีย์และสิ่งของแบรนด์เนมต่าง ๆ ก็ใช้หนี้หมดแล้ว แต่ปัญหาคือตนเองมีหนี้และมีสัญญา ซึ่งก็ปฏิบัติตามสัญญามาโดยตลอด ไม่ได้ผิดเงื่อนไข แต่กลับมาถูกบีบให้ชำระหนี้ก่อนครบสัญญา และปัจจุบันก็จ่ายล่วงหน้าไปถึงปี 2570 แล้ว
ส่วนทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันหนี้ ที่ "มาดามเก่ง" อ้างว่ามูลค่าไม่ครอบคลุมมูลหนี้นั้น ตนเองไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าตึกดังกล่าว ตนเองเป็นเจ้าของ สร้างเอง ออกแบบเอง มูลค่าตึกถึง 100 ล้านบาทแน่นอน ขณะที่พระเครื่องชุด ตนเองไม่ได้เป็นคนประเมินราคา 300-400 ล้านบาท แต่ตนเองให้ฝ่ายมาดามเก่งเป็นคนประเมินราคา ซึ่งในวันนั้นมี "ตี๋ อรรณพ" เซียนพระซึ่งเป็นคนสนิทของ "มาดามเก่ง" เป็นคนประเมิน เพื่อให้ครอบคลุมมูลหนี้ 180 ล้านบาท ดังนั้นตนเองขอตั้งคำถามว่าถ้าทรัพย์สินไม่ครอบคลุมหนี้ ทำไมถึงให้ใช้ค้ำประกัน และทำไมถึงเพิ่งมารู้ว่ามูลค่าไม่ถึง และตนเองไม่เคยหลอก "มาดามเก่ง" เพราะทุกครั้งที่เจรจารับสภาพหนี้ อีกฝ่ายก็จะพาที่ปรึกษากฎหมายมาด้วยทุกครั้ง
นายโทนทองกล่าวว่า และตามที่ "มาดามเก่ง" พยายามจะโยงให้ตนเองเป็นขบวนการเดียวกับ "ต้อม นครสวรรค์" ที่พัวพันกับการซื้อขายพระและเช็คเด้งนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่ใช่ขบวนการเดียวกัน หนำซ้ำตนเองยังเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูก "ต้อม นครสวรรค์" โกงด้วยซ้ำ จนมีคำพิพากษาของศาล สั่งให้ "ต้อม นครสวรรค์" ใช้หนี้ตนเองด้วย
ส่วนเรื่องของพลตำรวจตรีจรูญเกียรตินั้นนายโทนทองระบุว่า ตนเองยอมรับว่าเคยเป็นฝ่ายให้ "ป๋อง สุพรรณ" ประสานให้เพื่ออยากจะขอพบจริง หลังมีเพื่อนบอกว่า มีรายชื่อตนเองเป็นหนึ่งในเซียนพระที่จะถูกตำรวจออกหมาย
“แต่ในตอนนั้นตนเองก็ไม่ได้พบ "บิ๊กเต่า" จนกระทั่งวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา "ป๋อง สุพรรณ" โทรมาบอกว่า "บิ๊กเต่า" ให้ไปหา ซึ่งก็หมายความว่าเป็นการเรียกพบ ซึ่งตนเองคิดว่าเป็นการไปพบส่วนตัว เพื่ออธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่ได้หวังจะไปเจรจากับเจ้าหนี้ โดยตนเองมองว่าการเจรจาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ไม่ควรต้องมาเจอกันที่ชั้น 27 ซึ่งเป็นสำนักงานของ "บิ๊กเต่า" เพราะทำให้ตนเองหวาดกลัว ตนเองจึงต้องปกป้องสิทธิ์และดำเนินคดีกับ "บิ๊กเต่า"”นายโทนทองระบุ
นายโทนทองกล่าวด้วยว่าในวันพรุ่งนี้(8พค.)จะมีผู้เสียหายมากกว่า 9 คน ที่ถูก "มาดามเก่ง" พาดพิงถึงมาร้องขอความเป็นธรรมอีกจำนวนมาก

