xs
xsm
sm
md
lg

ท้าชน AI ใครล้ำกว่ากัน กูเกิล พาเข้ายุค ‘Gemini Intelligence’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



งานนี้ไม่มีใครยอมใคร กูเกิล (Google) ใช้ช่วงเวลาก่อนการจัดงานประชุมนักพัฒนาประจำปีอย่าง Google I/O 2026 แยกมาจัดงาน Android Show นำเสนอสิ่งใหม่ที่บรรดาผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จะทยอยได้อัปเดตใช้งานกันบนระบบปฏิบัติการ Android 17 ในช่วงปลายปีนี้

Gemini Intelligence ชน Apple Intelligence


เรื่องใหญ่ที่สุดคือประกาศเริ่มใช้งาน Gemini Intelligence ในการนำโมเดล AI ตัวท็อปของกูเกิล อย่าง Gemini เข้ามาฝังให้กลายเป็นแกนหลักในการทำงานของ Android ช่วยเสริมประสบการณ์ใช้งานสมาร์ทโฟนให้สะดวกขึ้นกว่าเดิม

หมดยุดของการเรียกใช้ AI เพื่อถาม-ตอบ แล้วเพราะ Gemini บน Android 17 ถูกยกระดับให้เป็น Agentic AI ที่รู้ใจและทำงานแทนได้ ผ่านฟีเจอร์อย่าง App Automation ที่ Gemini สามารถทำงานหลายขั้นตอนแบบข้ามแอปพลิเคชันได้ เช่น สั่งให้จัดการจองคลาสปั่นจักรยานแถวหน้าสุด หรือกดถ่ายรูปโบรชัวร์โรงแรมแล้วสั่งให้ AI ไปหาทัวร์แบบเดียวกันบน Expedia ให้ทันที


ผู้ที่ชอบใช้เสียงในการสั่งพิพม์ มีการปรับความสามารถใหม่บน Gboard ด้วย ฟีเจอร์ Rambler ช่วยแปลงคำพูดให้เป็นข้อความที่สละสลวย โดยตัว AI จะช่วยตัดคำสร้อยอย่าง "อืม" หรือ "เอ่อ" ออก แถมยังรองรับการพูดหลายภาษาได้อย่างแม่นยำในประโยคเดียว 


นอกจากนี้ ยังมีการฝัง Gemini เข้ามาเป็นผู้ช่วยบน Chrome for Android พร้อมระบบ Auto browse ที่ช่วยจัดการงานจุกจิก เช่น เข้าไปกดจองที่จอดรถผ่านแอปฯ ให้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมี Nano Banana โมเดล AI สำหรับแต่งภาพหรือเจนรูปใหม่ได้โดยตรงจากหน้าเว็บให้ใช้งาน

ส่วนใครที่อยากได้ Widget เฉพาะตัว บน Android 17 สามารถสั่งให้สร้างวิดเจ็ตผ่านคำสั่งเสียงง่ายๆ ได้อย่างเช่น สั่งให้สร้างวิดเจ็ตแสดงเมนูอาหารโปรตีนสูง หรือวิดเจ็ตแสดงเฉพาะความเร็วลมบนโฮมสกรีน เรียกได้ว่าอยากได้อะไรมาอำนวยความสะดวกก็สั่ง Gemini ได้เลย


โดย Gemini Intelligence ยังมากับการออกแบบอินเตอร์เฟสให้มีความโปร่งใส ภายใต้คอนเซปต์ของ Material 3 Expressive ที่จะตอบสนองกับการสั่งงาน Gemini ช่วยให้ตัวเครื่องแสดงผลได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น

Instagram รองรับ Ultra HDR - อัดจอพร้อมสกรีนรีแอคฯ ได้


พร้อมกันนี้ ใน Android 17 ยังได้เสริมฟีเจอร์ใหม่ให้สาย Vlog และ ครีเอเตอร์ ผ่านทั้งความร่วมมือกับ Meta ปรับจูนให้แอป Instagram บนอุปกรณ์เรือธงของ Android (Pixel, Samsung, Xiaomi) รองรับการถ่ายและแสดงผลแบบ Ultra HDR พร้อมดึงระบบกันสั่นในตัวเครื่อง มาใช้งานได้โดยตรง

ในแอป Edits ของ Meta ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Smart Enhance ช่วยอัปสเกลภาพและวิดีโอในคลิกเดียว และฟีเจอร์ไม้ตายอย่าง Sound Separation ที่ใช้ AI แยกเสียงพูดออกจากเสียงลมหรือเสียงดนตรีรบกวน ต่อเนื่องไปถึงการแสดงผลในอุปกรณ์อย่างแท็บเล็ตได้แบบเต็มจอแล้ว


ฟีเจอร์ใหม่ Screen Reactions ให้ผู้ใช้อัดวิดีโอหน้าจอ ไปพร้อมๆ กับการเปิดกล้องหน้าเพื่ออัดรีแอคชันของตัวเองได้ทันที โดยไม่ต้องสลับแอปให้วุ่นวาย สายวิดีโอระดับโปร สมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite จะรองรับฟอร์แมตวิดีโอ APV (Advanced Professional Video) ซึ่งเป็นไฟล์วิดีโอคุณภาพสูงประหยัดพื้นที่จัดเก็บด้วย


Quick Share ทำงานร่วมกับ AirDrop


อีกอัปเดตใหญ่ที่จะเกิดขึ้นใน Android 17 มาช่วยแก้ปัญหาเวลาแชร์ภาพ หรือวิดีโอในกลุ่มเพื่อนที่มีทั้งใช้ iPhone และ Android รอบนี้ QuickShare บน Android รุ่นที่รองรับ จะสามารถส่งไฟล์ไปให้ผู้ใช้งาน iOS ได้แล้ว รวมถึงกดสร้าง QR Code เพื่อให้สแกนรับไฟล์ผ่านระบบคลาวด์ได้


จากที่ก่อนหน้านี้ Android เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานแล้วบนสมาร์ทโฟน Pixel และ Samsung Galaxy S26 ซีรีส์ รวมถึง Galaxy รุ่นอื่นๆ ที่อัปเดต OneUI 8.5 ส่วนผู้ใช้ OPPO Xiaomi vivo และแบรนด์อื่นๆ จะได้ใช้งานกันบน Android 17 ปลายปีนี้


ในแง่ของการเชื่อมต่อเมื่อสามารถแชร์ไฟล์ข้ามระบบปฏิบัติการได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ในการ ย้ายเครื่องจาก iPhone มา Android ให้สะดวกขึ้น ตอนนี้สามารถดึงมาได้ทั้ง รหัสผ่าน, เลย์เอาต์หน้าจอโฮม, และสามารถโอนย้าย eSIM ได้ในขั้นตอนเดียว

ยกระดับความปลอดภัย - ลดอาการ "ติดจอ"

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการอัปเกรดฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยของผู้ใช้งาน มีการนำระบบ Live Threat Detection ในการนำ AI บนเครื่องมาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมแอปแบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนทันทีหากมีแอปต้องสงสัยแอบใช้สิทธิ์ส่งต่อ SMS เพื่อขโมยรหัส OTP ไปจนถึงการทำงานร่วมกับแอปฯ ธนาคารที่รองรับ เพื่อตรวจสอบสายเรียกเข้า


ขณะเดียวกัน หากเครื่องหาย และถูกสั่งล็อก ระบบจะบังคับให้ใช้ "ไบโอเมตริก" อย่าง ลายนิ้วมือ หรือสแกนใบหน้า ในการปลดล็อกเท่านั้น ทำให้มิจฉาชีพที่อาจจะแอบดูรหัสปลดล็อกเครื่อง ก็ไม่สามารถเข้าเครื่องหรือปิดการติดตามได้


ส่วนผู้ที่คิดว่าใช้งานสมาร์ทโฟนมากเกินไป Google เพิ่มโหมด Pause Point เครื่องมือ Digital Wellbeingหากเปิดแอปพลิเคชันที่ดึงดูดความสนใจ ระบบจะสร้าง "หน้าจอหน่วงเวลา 10 วินาที" เพื่อเตือนสติให้ถามตัวเองว่าจำเป็นต้องเล่นตอนนี้ไหม ถ้าอยากปิดฟีเจอร์นี้ จะต้อง "รีสตาร์ทเครื่อง" เพื่อกลับมาใช้งาน


ปิดท้ายที่ Android Auto โฉมใหม่ ปรับ UI ให้เข้ากับหน้าจอรถยนต์ได้ทุกรูปทรง อัปเกรดระบบนำทางเป็น Immersive Navigation แสดงแผนที่ 3 มิติ และที่สำคัญคือ รองรับการเปิดดูวิดีโอ YouTube ได้แล้วขณะจอดรถ หากรถเคลื่อนที่ ระบบจะตัดเหลือแค่เสียงโดยอัตโนมัติ