จับตา ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้มากบารมี จะเล่นการเมืองต่อหรือพอแค่นี้ ด้าน รศ.ดร โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา แจง ‘6 ปัจจัย’ หนุน ‘ทักษิณ’ ต้องไปต่อเพียงแค่อาจเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นกลายเป็น ผู้กำกับการเมือง ชี้ชัด ‘คุณหญิงอ้อ’หญิงผู้ทรงอิทธิพล คือลมใต้ปีกที่ส่งให้ ‘ทักษิณ’ เดินหน้าลุยการเมืองต่อไป มั่นใจวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้หากภูมิใจไทย แก้ไม่ได้ เสียงเพรียกหา ‘ทักษิณ’จะผลักดันให้ ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’กลับมาโดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง
พลันที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมหลังได้รับการพักโทษช่วงเช้าวันที่ 11 พค.2569 ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับและการสวมกอดของครอบครัวชินวัตร ส.ส.พรรคเพื่อไทย มวลชนคนเสื้อแดงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แสดงให้เห็นว่า ‘ทักษิณ’ยังคงมีอิทธิพลสูงและยึดกุมหัวใจคนเหล่านี้ได้ จนมีคำถามตามมาว่า ‘ทักษิณ’จะวางมือทางการเมืองได้จริงหรือ? หรือจะเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นกลายเป็นผู้กำกับทีทรงอิทธิพลจนทำให้การเมืองร้อนแรงขั้นมาอีกหรือไม่?
รศ.ดร โอฬาร ถิ่นบางเตียว รองคณบดี คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา ระบุว่า ให้ย้อนไปดูวันที่ออกจากเรือนจำ ทุกการเคลื่อนไหวน่าจะมีการจัดเตรียมไทม์ไลน์ไว้แล้ว อีกทั้งท่วงท่า ภาษากายที่แสดงออกและมาหยุดที่การร้องเพลงเคารพธงชาติ พร้อมเสียงเชียร์ เสียงเรียกร้องให้นายทักษิณ ขับเคลื่อนทางการเมืองต่อ สิ่งเหล่านี้คือพลังมวลชนที่นายทักษิณยึดกุมไว้ได้
“คุณทักษิณ ไม่มีทางที่จะวางมือทางการเมือง แต่เขาคงจะตายไปกับการเมือง เพราะการเมืองมันอยู่ในสายเลือด การเมืองกลายเป็นลมหายใจของเขาไปแล้ว”
สำหรับปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้นายทักษิณวางมือทางการเมืองไม่ได้ ประกอบด้วย
ปัจจัยที่ 1.พรรคเพื่อไทย แม้วันนี้จะขับเคลื่อนไปได้ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลูกชายคนโตอดีตนายกฯ ‘สมชาย-เจ๊แดง’ หลายแท้ ๆ ของ ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ ที่ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ของพรรคจะดีขึ้น เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ก็ตาม แต่การจะขับเคลื่อนพรรคย่อมมีองค์ประกอบอื่น ๆ คือฐานเสียงจากบรรดานักเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง ส.ส. กลุ่มบ้านใหญ่ ที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและมวลชนไว้ในมือ ซึ่งนักเลือกตั้งพวกนี้มีความสำคัญและจำเป็นต่อพรรคมากแต่ไม่สามารถเข้ามามีบทบาททางการเมืองได้
“คนกลุ่มนี้ยังต้องอาศัยคุณทักษิณ เราจะเห็นคนพวกนี้ไปรอรับคุณทักษิณ ที่ล้วนเป็นนักการเมืองรุ่นเก่า ๆที่ปรับตัวไม่ได้ แต่มีฐานเสียงสำคัญในมือ และคนพวกนี้แหละคงจะพยายามโน้มน้าวให้คุณทักษิณ อย่าวางมือทางการเมือง เพื่อที่ตัวเองจะได้มีโอกาส มีพื้นที่ทางการเมืองด้วย”
ปัจจัยที่ 2.นายทักษิณ ยังอยู่ในภาวะนิติสงคราม ที่ต้องเผชิญ ทั้งเรื่องคดีของตัวเองเรื่องชั้น 14 ที่อยู่ในมือ ป.ป.ช และคดี 112 แม้ศาลชั้นต้นจะยกฟ้องแล้วก็ตาม อีกทั้งยังมีคดีของน้องสาว ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ โดยเฉพาะคดีอาญาจากโครงการรับจำนำข้าวที่ศาลฎีกาฯพิพากษาลับหลังให้จำคุก 5ปี และคดีแพ่งที่ต้องมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากเหตุรัฐเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวมูลค่า 10,028 ล้านบาท คดีเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการที่อดีตนายกยิ่งลักษณ์ จะเดินทางกลับประเทศไทย
“คดีความเหล่านี้ เกิดมาจากคุณทักษิณ ในฐานะพี่ชายที่รักน้องสาว ก็ต้องหาวิธีการต่างๆ เพื่อทำให้พรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้ชัยชนะ”
เมื่อเป็นเช่นนี้นายทักษิณ ยิ่งต้องเลือกอยู่ในอำนาจ เพราะถ้าไม่มีอำนาจก็ต่อรองไม่ได้พอมีอำนาจก็จะสามารถต่อรองกันได้หมด
ปัจจัยที่ 3 อุปนิสัยอยากเอาชนะ หากเรามองไปดูที่แววตาของเขา จะรู้ว่าเขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้รับไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรม
ปัจจัยที่ 4 วิกฤตเศรษฐกิจ นายทักษิณ น่าจะประเมินแล้วว่า สถานการณ์ทางการเมืองไทยมีผู้เล่นหลายระดับ ทั้งผู้เล่นในสนาม และนอกสนาม ซึ่งในวันนี้ผู้เล่นนอกสนามเลือกที่จะใช้บริการพรรคภูมิใจไทย หากพรรคภูมิใจไทยไม่สามารถประคับประคองด้านเศรษฐกิจได้ จนทำให้คะแนนเสียงตกต่ำ ซึ่งนายทักษิณก็คงมองเห็นโอกาสว่าน่าจะมีคนมาพินอบพิเทา ต่อรองกับนายทักษิณ จึงเป็นอีกเหตุผลที่เขาจะอยู่ในการเมืองต่อไป
ปัจจัยที่ 5 ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้เล่นนอกสนาม จากนี้ไปเชื่อว่านายทักษิณจะคงสถานทางการเมืองแบบเดิมไม่ได้แล้ว ต้องเว้นระยะห่างพอสมควรคือ ต้องเว้นระยะห่างมากขึ้น จะมาออกหน้าไม่ได้ ต้องเปลี่ยนบทบาท เป็นผู้เล่นนอกสนาม แต่ขึ้นอยู่ว่า การเป็นผู้เล่นนอกสนาม จะเล่นรูปแบบไหน
“จะเล่นการเมืองแบบเนวิน ชิดชอบคืออยู่เบื้องหลังไปเลย หรือจะเล่นการเมืองไปด้วยกัน โดยใช้ความเป็นผู้สูงวัยของตัวเองออกมาขับเคลื่อนในเรื่องของปัญหาสังคม ปัญหาผู้สูงอายุ เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อม การเมืองสีเขียว PM 2.5 เป็นต้น”
การเคลื่อนไหวเช่นนี้ นายทักษิณ จะกลายเป็นผู้มีบทบาทในการเมืองอีกมิติหนึ่ง แต่ก็ยังส่งพลังการสื่อสาร ไปยังการเมืองเป็นระยะๆ แต่ไม่มีท่าทีดุดัน ก้าวร้าว เหมือนที่ผ่านมา
“บทบาทแบบนี้ล้วนแต่ขัดกับบุคลิกภาพของนายทักษิณ แต่จากการที่เห็นการเคลื่อนไหว ภาษากายที่ปรากฏออกมานั้น เห็นชัดว่ามันมีโอกาสที่นายทักษิณ จะกลับมาอีกรอบ มองกันตรง ๆ นะ หากเขาคิดจะ low profile จริง ลองไปดูท่วงท่าหรือภาษากาย บรรดาพี่น้องเสื้อแดงคงไม่มาเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามวลชนเสื้อแดงที่มานั้นมีคนเสื้อแดงที่ยังรักนายทักษิณและมีพวกที่โดนเกณฑ์มาต้อนรับจากฝีมือนักการเมืองในเครือข่ายเขา ซึ่งในความเป็นจริงนายทักษิณ สามารถห้ามได้ปรามได้ ว่าจะเอาอย่างไร ก็แสดงว่านายทักษิณเห็นด้วยที่เสื้อแดงจะมาสำแดงพลัง เพราะต้องการให้ภาพออกมาเป็นแบบนี้”
ดังนั้นภาพแบบนี้ตีความได้ว่า เขาต้องการฟื้นมวลชนคนเสื้อแดง และบรรดานักการเมืองที่ตกยุคไม่มีผลงาน ไม่สามารถปรับตัว แต่ยังมีเป้าประสงค์ ต่ออำนาจ และมีการจัดฉากร้องเพลงชาติ ทั้งหมดนี้ เป็นการส่งสัญญาน ว่านายทักษิณ ยังต้องการกลับเข้ามาสู่การเมือง!
รศ.ดร โอฬาร บอกว่า นายทักษิณ เป็นคนมีความสามารถในการสร้างการสื่อสารทางการเมือง หากจะเล่นแบบเดิมก็คือจัดอีเวนต์ หรือการแสดงวิสัยทัศน์ต่าง ๆ ก็ทำได้ เพราะยังมีมวลชนที่คิดถึงเขา และบอกออกไปว่าเขายังมีพรรคเพื่อไทยซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าพรรคภูมิใจไทย ย่อมเป็นการจุดประกายความหวังใหม่ขึ้นมาในท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันเขาอาจจะใช้ช่องทางการสื่อสารผ่าน facebook ผ่าน Instagram หรือ IG ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันโซเชียลมีเดียยอดนิยม หรือผ่านReels ทั้งรูปแบบข้อความ คลิปวิดิโอสั้น ๆ ในฐานะผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ห่วงใยบ้านเมือง
“การเลือกสื่อสารในรูปข้อความหรือคลิปวิดีโอสั้น ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาดีห่วงใยประเทศชาติ โดยไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง จะสามารถสร้างคะแนนนิยมได้ดี จะส่งผลในระยะยาว ดีกว่าแบบเดิมจัดอีเวนต์หวือหวา ปลุกเร้าซึ่งจะสร้างความขัดแย้งได้ง่าย ซึ่งเวลานี้พรรคเพื่อไทย พยายามจะไม่ปะทะทุกอย่าง ทำงาน เพื่อฟื้นคะแนนนิยม”
หากโครงสร้างทางการเมืองยังเป็นเช่นนี้ คือพรรคภูมิใจไทยที่มีความได้เปรียบในด้านทรัพยากร ด้านอำนาจในฐานะรัฐบาล หากไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังแบบรับไว้ได้ ประชาชนก็จะเทมาเพื่อไทย บวกกับเพื่อไทยดีขึ้น นายทักษิณ ยอมถอยห่างมากขึ้น จนทำให้ประชาชนรู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ เข้ามาเต็มที่และมีบทบาทมากขึ้น พรรคเพื่อไทย ก็จะมีความได้เปรียบในสนามเลือกตั้งหน้า
“เมื่อเป็นเช่นนี้ เครือข่ายชนชั้นนำก็จะไม่มีตัวเลือกก็ต้องหันมาจับมือพรรคเพื่อไทยเพื่อประคองโครงสร้างอำนาจนี้ไว้ แม้ว่าเพื่อไทย อาจไม่หวือหวา อาจจะไม่ชนะแบบภูมิใจไทย แต่ ก็ยังมีพรรคสีเขียว กล้าธรรม และอาจมี บางส่วนพรรคภูมิใจไทย ถอยกลับไปอยู่เพื่อไทยอีกในระยะยาว”
ตรงนี้จะเป็นแรงกดดันพรรคภูมิใจไทยมาก เพราะถ้าพลาดโครงการระยะยาว ซึ่งพรรควางแผนไว้ว่าจะอยู่ 8 ปี จะพังลงมาทันที
ปัจจัยที่ 6 คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ คือ ‘ลมใต้ปีก’ หรือผู้สนับสนุนเบื้องหลังคนสำคัญ มีผลต่อการตัดสินใจของนายทักษิณมาก เพราะถ้านายทักษิณต่อสู้ตามลำพังไม่มีคนหลังบ้านให้กำลังใจ เชื่อว่าเขาถอยไปแล้ว แต่ถ้าคนในบ้านให้กำลังใจเชื่อว่านายทักษิณสู้ขาดใจ ซึ่งข้อเท็จจริงคุณหญิงอ้อฯ อาจจะมีบทบาท ให้นายทักษิณเป็นแบบนี้ก็ได้
“คุณหญิงพจมาน บุคลิกค่อนข้างจะเด็ดขาด ความคิดสุขุม ลุ่มลึก ดีไม่ดีอาจจะมากกว่าคุณทักษิณด้วย สังเกตได้จากคุณทักษิณ อยู่ในเรือนจำ จังหวะการเดินเกมทางการเมือง ตอนที่คุณอนุทิน เป็นนายกฯ อยู่ที่คุณหญิงพจมาน ทั้งหมดเลยคือวางตัวได้ดีมากๆ จนไม่สามารถหาจุดอ่อนได้ คล้ายๆ กับการเดิมเกมของคุณเนวิน”
อย่างไรก็ดีเมื่อพินิจพิเคราะห์กันให้ดี ๆ คุณหญิงพจมานอาจจะมีอำนาจมากกว่านายทักษิณ ซึ่งคนในพรรคน่าจะรู้ว่าใครมีอำนาจตัวจริง อีกทั้งพรรคเพื่อไทยกับตระกูลชินวัตร แยกกันไม่ขาด ดังนั้นหากนายทักษิณ วางมือทางการเมืองจริง ๆ นายยศชนัน แม้จะเป็นเครือญาติชินวัตร ก็คงรักษาพรรคเพื่อไทยไว้ได้ยากเนื่องจากยุคนายยศชนัน เป็นการบริหารแบบคนรุ่นใหม่ ส่วนบรรดานักการเมืองรุ่นเก่าที่ไปต้อนรับนายทักษิณ ก็อาจปรับตัวเข้ากับการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคไม่ได้ ซึ่งคนเหล่านี้จะมีฐานเสียงกับคนในพื้นที่ก็ต้องวิ่งหานายทักษิณ
“เมื่อไหร่ที่นายทักษิณ สร้างการสื่อสารเรียกคะแนนนิยมให้พรรคเพื่อไทยได้ทุกครั้ง ย่อมเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย ต้องระวังมาก ๆ เพราะนายทักษิณมีความรู้ ความเข้าใจ แม้บางอย่างจะยังแก้ไม่ได้ แต่เขาสามารถสื่อสารว่ามีทางออกนะ ซึ่งในทางธุรกิจ ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น ทำได้ไม่ได้ แต่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ทุกอย่างก็จะดีขึ้น”
จากนี้ไปต้องจับตาดูว่าหลังนายทักษิณ พ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษ ในวันที่ 9 ก.ย. 2569 เขาจะขับเคลื่อนทางการเมืองอย่างไร!
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j

