xs
xsm
sm
md
lg

กองทัพอากาศไทย–SAAB เดินหน้าความร่วมมือด้าน Offset และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 กองทัพอากาศไทยเข้าร่วมการประชุม “Offset Program Management Review ครั้งที่ 1 (Offset PMR#1)” ณ ราชอาณาจักรสวีเดน ร่วมกับบริษัท SAAB และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทบทวนความก้าวหน้าความร่วมมือด้าน Offset รวมถึงกำหนดแนวทางการดำเนินงานในอนาคตร่วมกัน โดยมี พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ Ms Lena-Marie Ilestrand ตำแหน่ง Head of Offset Contract, Gripen Thailand และ Mr Robert Björklund ตำแหน่ง Campaign Director, Gripen Thailand เป็นผู้แทนบริษัท SAAB

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการติดตามผลการดำเนินกิจกรรม Offset ที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ตลอดจนหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี การศึกษา และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ภายใต้กรอบความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันภายใต้ Offset ของการจัดหา บ.Gripen E/F ระยะที่ 1 โดยได้เดินทางไปยังบริษัท SAAB ส่วน Aeronautics และ Linköping University เมือง Linköping รวมทั้ง KTH Royal Institute of Technology และ SAAB Headquarters ณ กรุง Stockholm

กองทัพอากาศให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและบริษัท SAAB พร้อมมุ่งส่งเสริมความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติการพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ การพัฒนาอุตสาหกรรม และการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

ทั้งสองฝ่ายยังได้ร่วมกันกำหนด Action Items สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยเน้นการติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้กิจกรรม Offset สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้ การประชุมยังสะท้อนถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างกองทัพอากาศไทยกับบริษัท SAAB ในการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับความร่วมมือในอนาคต โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดพบหารือร่วมกันอีกครั้งที่ประเทศไทยในช่วงเดือนกันยายนนี้

กองทัพอากาศเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือด้าน Offset จะเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและขีดความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป