xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์เดินทางออกจากจีนแบบมือเปล่า แต่ก็สามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอะไรเลวร้ายลงไปอีก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินชมทำเนียบจงหนานไห่ สถานที่พำนักและที่ทำงานของคณะผู้นำอาวุโสของพรรคคอมมิวนิสต์จีน  ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) ซึ่งผู้นำชาวต่างประเทศน้อยคนนักที่จะได้เข้าไปเยี่ยมเยียน
(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/05/trump-left-china-empty-handed-but-avoided-something-worse/)

Trump left China empty handed – but avoided something worse
by Kerry Brown
16/05/2026

ทรัมป์กับสีต่างแสดงความสุภาพต่อกัน, ยิ้มแย้มให้กล้อง, และเห็นพ้องกันที่จะพูดเจรจากันต่อไป ซึ่งควรถือเป็นผลบวกสำหรับโลกแห่งความสับสนปั่นป่วนอย่างเช่นทุกวันนี้

ตอนที่สหราชอาณาจักรจัดส่งคณะทูตอย่างเป็นทางการชุดแรกของตนเดินทางไปยังจีนในปี 1793 คนหนึ่งในผู้ร่วมอยู่ในคณะนี้จากกรุงลอนดอน คือ ปีเตอร์ ออเบอร์ (Peter Auber) เขียนเล่า [1] เอาไว้ว่า กลุ่มของเขา “ได้รับการต้อนรับด้วยความสุภาพอย่างสูงสุด, ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด, ได้รับการเฝ้าจับตาดูด้วยความระแวดระวังอย่างสูงสุด, และได้รับการเชื้อเชิญให้จากไปอย่างมีมารยาทที่สุด”

คณะทูตชุดนี้ ซึ่งตั้งจุดมุ่งหมายที่จะเปิดการค้าและจัดตั้งสถานทูตสหราชอาณาจักรอย่างเป็นการถาวรขึ้นในกรุงปักกิ่ง ได้รับเกียรติอย่างเอิกเกริกหรูหรา – ทว่ามันไม่ได้นำไปสู่ผลตอบแทนที่สามารถจับต้องได้ใดๆ เลย ผมหวนระลึกถึงข้อสังเกตด้วยสำนวนคมคายและเย้ยหยันของ ออเบอร์นี้ ขณะที่ผมเฝ้าดู [2] สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลา 2 วันแห่งการเยือนจีน [3] อย่างเป็นรัฐพิธีเต็มยศของ โดนัลด์ ทรัมป์

สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน เปิดการประชุมซัมมิตครั้งนี้ด้วยการกล่าวต้อนรับประธานาธิบดีจากอเมริกาด้วยถ้อยคำที่แสดงความปรารถนาดีและเป็นมิตร [4] เขาย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของพวกเขาทั้งสอง เป็นความสัมพันธ์ที่ “ส่งผลพวงต่อเนื่องติดตามมาอย่างมากมายที่สุดในโลก” [5] สี กล่าวต่อไปด้วยว่า การทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงคำขวัญหลักทางการเมืองของทรัมป์ สามารถที่จะไปด้วยกันได้ [6] กับความก้าวหน้าของทางฝ่ายจีน

ทรัมป์ก็พรั่งพรูพอๆ กันในการกล่าวยกย่องสรรเสริญ สี ในข้อความที่โพสต์ทางโซเชียลมีเดียระหว่างอยู่บนเครื่องบินเดินทางมุ่งหน้าไปปักกิ่ง เขากล่าวย้ำ [7] ว่า ประธานาธิบดีจีนผู้นี้ “ได้รับความเคารพนับถือจากทุกๆ ฝ่าย” และในตอนที่คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายนั่งลงที่โต๊ะประชุมเพื่อพูดจากันโดยตรง ทรัมป์ ก็ พูดกับ สี [8] ว่า “คุณคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่”

แต่นอกเหนือจากมธุรสวาจาทางการทูตและการกล่าวยกยอกันและกันเหล่านี้ สิ่งที่การเยือนครั้งนี้สามารถบรรลุถึงอย่างแท้จริงคืออะไร?

หนึ่งในความมุ่งหมายซึ่งมีมาอย่างยาวนานของ ทรัมป์ ทั้งในการครองทำเนียบขาวสมัยแรกและสมัยที่สองของเขาก็คือ การแก้ไขความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างมหาอำนาจ 2 รายนี้ ทั้งนี้ ตัวเลขต่างๆ จากเมื่อปี 2025 แสดงให้เห็น [9] ว่า ขณะที่สหรัฐฯขายสินค้าให้จีนคิดเป็นมูลค่า 106,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แดนอินทรีได้ซื้อผลิตภัณฑ์คิดเป็นมูลค่าถึง 308,000 ล้านดอลลาร์จากพวกผู้ส่งออกของแดนมังกร –ทำให้เกิดการขาดดุลการค้าถึงราวๆ 200,000 ล้านดอลลาร์ทีเดียว

เมื่อตอนที่ทรัมป์เยือนจีนเที่ยวก่อนในปี 2017 ถั่วเหลืองคือสินค้าที่ปักกิ่งตกลงเห็นชอบที่จะซื้อเพิ่มมากขึ้นจากวอชิงตัน สำหรับในคราวนี้ รายการสินค้ารายการใหญ่ที่สุดคือเครื่องบิน

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ทรัมป์ประกาศว่าจีนได้ตกลงสั่งซื้อเครื่องบินไอพ่นของบริษัทโบอิ้งเป็นจำนวน 200 ลำ กระนั้นราคาหุ้นของโบอิ้งกลับลดต่ำลง 4% [10] ในทันทีหลังการประกาศ เนื่องจากจำนวนการสั่งซื้อดังกล่าวนี้ต่ำกว่าเยอะเลยจากที่พวกนักวิเคราะห์จำนวนมากคาดหมายกันเอาเอาไว้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่าจีนได้ตกลงในทางหลักการ ที่จะซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ [11]

อย่างไรก็ดี ในแง่ของการมีอะไรที่สลักสำคัญให้สมกับที่มีพวกซีอีโอของบริษัทเทครายยักษ์ๆ ร่วมอยู่ในคณะของทรัมป์เดินทางมาปักกิ่งคราวนี้ด้วย อย่างเช่น อีลอน มัสก์ แห่ง เทสลา, เจนเซน หวง ของอินวิเดีย, และ ทิม คุก ของแอปเปิล มันกลับดูเหมือนไม่ได้มีการทะลุทะลวงผ่าทางตันที่ใหญ่โตอะไรทั้งนั้น

ยุทธศาสตร์ของจีนที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและขีดความสามารถของตนเองในจักรวาลไฮเทคเหล่านี้เป็นเรื่องซึ่งทราบกันดีอยู่แล้ว โดยที่รัฐบาลแดนมังกรเพิ่งประกาศแผนพัฒนาระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 เมื่อเร็วๆ นี้ด้วยซ้ำ ซึ่งแสดงความมุ่งมั่นผูกพัน [12] กับการส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมทั้งหลาย และกับการส่งเสริมพัฒนาบรรดาบริษัทภายในประเทศจีนเอง

การร่วมมือกันระหว่างมหาอำนาจใหญ่

ผลลัพธ์ที่สำคัญมากกว่านั้นจากการเยือนครั้งนี้ มาจากแวดวงที่สามารถจับต้องได้น้อยกว่าและนำเอามาตีข่าวป่าวร้องให้เอิกเกริกได้ยากกว่า อย่างเช่นเรื่องการบริหารจัดการเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และการร่วมมือกันระหว่างมหาอำนาจใหญ่ ณ การประชุมซัมมิตคราวนี้ สี พูดเอาไว้อย่างชัดเจนว่า โลกต้องพึ่งพาอาศัยการที่จีนกับสหรัฐฯจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์แบบมุ่งเน้นผลในทางปฏิบัติกันได้หรือไม่ แม้กระทั่งในเวลาที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีความไว้วางใจกันและไม่ได้มีความเห็นไปในทางเดียวกัน

ความคิดเห็นต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายพูดออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องไต้หวัน ได้รับการตีความว่าเป็นการที่แต่ละฝ่ายเน้นย้ำขีดเส้นสีแดงห้ามล่วงละเมิดของทางฝ่ายตน สี พูดถึงความต้องการของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ในเรื่องที่อเมริกันต้องไม่เข้ามาแทรกแซงยุ่งเกี่ยว ซึ่งก็คือคำเตือนแบบเป็นนัยๆ ที่ถอดรหัสได้ไม่ยาก ในเรื่องการที่สหรัฐฯขายอาวุธให้แก่เกาะแห่งนี้ ซึ่งปักกิ่งถือเป็นมณฑลกบฏที่พยายามแยกตัวออกไปของตน ทรัมป์ได้บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในเวลาต่อมาว่า เขายังไม่ได้ตัดสินใจ [13] ว่าเรื่องที่สหรัฐฯจะขายอาวุธล็อตใหญ่อีกล็อตหนึ่งให้แก่ไต้หวันซึ่งยังค้างคาอยู่ในเวลานี้ จะมีการเดินหน้าต่อไปหรือไม่

แต่ในการพูดจากันระหว่างคณะผู้แทนสหรัฐฯกับพวกเจ้าหน้าที่จีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าฝ่ายสหรัฐฯส่วนใหญ่แล้วยังคงยึดมั่นอยู่กับแนวทางนโยบายที่อเมริกาใช้เรื่อยมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 –นั่นคือ ประเด็นปัญหาไต้หวันต้องได้รับการแก้ไขคลี่คลายอย่างสันติวิธี โดยผ่านการตกลงเห็นชอบทั้งจากไต้หวันและจีน

เมื่อคำนึงถึงความปั่นป่วนผันผวนอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกอยู่ขณะนี้ การยึดมั่นอย่างแน่วแน่ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ต่อสถานะเดิมในประเด็นปัญหาไต้หวันนี้ ถึงแม้ดูแล้วไม่ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นน่าสนใจอะไร แต่ย่อมสามารถที่จะพิจารณาได้ว่า [14] มันเป็นเรื่องที่มีผลในทางบวก

เกี่ยวกับความปั่นป่วนผันผวนอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกเวลานี้ ทรัมป์บอกว่า สี ได้เสนอตัวเข้าช่วยเหลือ [15] สหรัฐฯในกรณีการสู้รบขัดแย้งอิหร่าน –ทว่าเรื่องนี้อาจจะมีผลออกมาในทางปฏิบัติอย่างไรนั้น มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง จีนไม่น่าที่จะต้องการแสดงบทบาทในการเป็นคนกลางอย่างเต็มที่ สืบเนื่องจากศักยภาพความเป็นไปได้ที่จะถูกดูดกลืนเข้าไปในปัญหาอันยืดเยื้อยาวนานตลอดกาลทั้งหลายของตะวันออกกลาง ย่อมเป็นสิ่งที่ปรากฏแก่ใครก็ตามทีซึ่งกำลังคิดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันกับภูมิภาคนี้ให้มากขึ้น

สิ่งที่จีนต้องการคือการสงบศึกระยะยาว ซึ่งหมายความว่าทั้งเตหะรานและวอชิงตันต่างต้องสามารถกล่าวอ้างได้ว่าก้าวออกมาจากสงครามอิหร่านคราวนี้ในฐานะเป็นผู้ชนะ –ถึงแม้ยังไม่มีผลลัพธ์ชนิดตัดสินเด็ดขาดยกสุดท้ายก็ตามที แน่นอนอยู่แล้วที่จีนไม่ต้องการให้การสู้รบขัดแย้งนี้ดำเนินต่อไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด เมื่อพิจารณาจากผลกระทบที่ทำให้เศรษฐกิจของแดนมังกรประสบกับการสะดุดติดขัด --ด้วยเหตุนี้ ปักกิ่งจึงมีการเสนอให้ความช่วยเหลือบางอย่างบางประการ

บางที มีความเป็นไปได้ที่ประวัติศาสตร์จะวินิจฉัยออกมาว่า การเยือนปักกิ่งของทรัมป์ทริปนี้ เป็นหลักหมายหนึ่งในท่ามกลางหลักหมายอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง บนเส้นทางเคลื่อนไปสู่โลกที่จีนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล ทว่ายังคงยินดีให้ความเคารพสหรัฐฯ และยอมรับฐานะอันดับหนึ่งทั้งทางเศรษฐกิจและทางทหารของสหรัฐฯในปัจจุบัน ทรัมป์อาจจะออกจากปักกิ่งในสภาพเหมือนกับมือเปล่าไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน –ทว่าในทางการทูตนั้น การที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางครั้งบางคราวก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในตัวมันเองแล้ว

การที่ผู้นำทั้งสองสามารถพูดจากัน โดยไม่ได้เกิดการปะทะกัน และเห็นพ้องกันที่จะดำเนินการสนทนากันต่อไป อาจดูเหมือนไม่ได้เป็นผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่อะไร ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วนผันผวนนี้ มันก็ยังคงสามารถถือได้ว่าเป็นผลบวก

เคอร์รี บราวน์ เป็นศาสตราจารย์ด้านการเมืองจีน และผู้อำนวยการสถาบัน เหลา ไชน่า อินสติติว (Lau China Institute) แห่งมหาวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ลอนดอน (King’s College London)

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/donald-trump-left-beijing-empty-handed-but-avoided-something-worse-282663

เชิงอรรถ
[1]https://books.google.ps/books?id=O0iiZW1dYOcC&printsec=frontcover&hl=ar&source=gbs_ge_summary_r&cad=0#v=onepage&q&f=false
[2] https://theconversation.com/topics/donald-trump-10206
[3] https://theconversation.com/topics/china-336
[4] https://www.nbcnews.com/politics/trump-administration/live-blog/trump-xi-jinping-summit-china-live-updates-rcna344530
[5] https://edition.cnn.com/politics/live-news/trump-china-visit-xi-meeting-hnk?post-id=cmp4vl46j00003b6rc2ohghfy
[6] https://www.youtube.com/shorts/9wxaKDl7rXs
[7] https://x.com/ANI/status/2053961917551824976
[8] https://www.nytimes.com/2026/05/14/world/asia/trump-xi-jinping-us-china.html
[9] https://www.fb.org/market-intel/reviewing-u-s-agricultural-trade-with-china
[10] https://www.reuters.com/business/aerospace-defense/china-has-agreed-to-buy-200-boeing-jets-trump-says-2026-05-14/
[11] https://www.cnbc.com/2026/05/15/oil-prices-china-us-iran-strait-of-hormuz-middle-east.html
[12] https://www.timeshighereducation.com/news/china-hikes-research-spending-self-reliance-remains-priority
[13] https://www.ft.com/content/66933e51-e06d-475c-aed2-f808f9443dea?syn-25a6b1a6=1
[14] https://focustaiwan.tw/politics/202605140027
[15] https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20260515_N02/