xs
xsm
sm
md
lg

จ่อจัดธรรมยาตราจี้ “อนุทิน” รุกเวทีนานาชาติ แก้ปมเหมืองเถื่อนเมียนมา-5 ลุ่มน้ำ “กก สาย รวก โขง ยันสาละวิน” ปนเปื้อนซึมลึก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงราย - 1 ปีผ่านไปไร้ผล..น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก น้ำโขง สาละวิน ยังปนเปื้อน-เหมืองเถื่อนเมียนมาเพิ่มหลายร้อยแห่ง สารพัดสินแร่หายากยังถูกนำเข้า-ขนผ่านไทย ขณะที่ 5 ลุ่มน้ำกลายเป็นพื้นที่สังเวยรองรับมลพิษข้ามพรมแดน ภาคีเครือข่ายปกป้องแม่น้ำฯ เตรียมจัดธรรมยาตราเชียงใหม่-เชียงราย จี้ "อนุทิน"-ใช้เวทีนานาชาติ


หลัง "เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง" และพันธมิตร (สาละวิน) เคยจัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น้ำกกในวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิ.ย. 2568 และยื่นหนังสือถึงรัฐบาลไทย จีน และเมียนมา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งเพื่อให้แก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนในแม่น้ำสายต่างๆ มาตลอด 1 ปีเต็ม

อาจารย์เตือนใจ ดีเทศน์ หรือครูแดง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขารวมทั้งอดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ดร.สืบสกุล กิจนุกรณ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ดร.เนรมิตร จิตรรักษา นักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ดร.เกียรติคุณ จันแก่น สมัชชาเชียงรายล้านนาแห่งความสุข และนางเพียรพร ดีเทศน์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ได้ร่วมกันแถลงจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องแม่น้ำทั้ง 5 สาย (กก สาย รวก โขง และสาละวิน) ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-วันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิ.ย. 2569

ซึ่งจะมีการเดินธรรมยาตรา-กิจกรรมเสวนา จาก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เลียบแม่น้ำกกไปยังปลายทางสะพานแม่ฟ้าหลวง อ.เมืองเชียงราย และศาลากลาง จ.เชียงราย เป็นระยะเวลา 6 วันเต็ม เมื่อถึงสะพานแม่ฟ้าหลวงจะมีศิลปินชาวเชียงรายและสมาคมขัวศิลปะจัดขบวนร่วมเพื่อสื่อความหมายให้อนุรักษ์แม่น้ำสายต่างๆ

นอกจากนี้ยังได้เชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รวมทั้งคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้เดินทางไปหารือและรับเรื่องที่ศาลากลาง จ.เชียงราย ในวันสุดท้ายอีกด้วย

อาจารย์เตือนใจกล่าวว่า นอกจากนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เราจะเชิญ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.อุตสาหกรรม รมว.ต่างประเทศ ฯลฯ ให้เดินทางไปเข้าร่วมเหมือนเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีเล็กๆ โดยเฉพาะนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ที่มีความสามารถด้านการเจรจาต่างประเทศมากจึงควรแสดงบทบาทในเรื่องนี้ด้วย

“เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาระดับโลกที่รัฐบาลไทยและประเทศในห่วงโซ่อุปทานจะปล่อยให้เหมืองแร่ผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐานเกิดขึ้นในลุ่มแม่น้ำเหล่านี้ไม่ได้”

ส่วนแนวทางระหว่างประเทศควรใช้เวทีต่างๆ เช่น คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก (WTO) หรือองค์กรอื่นๆ ขององค์การสหประชาชนเข้ากดดันเพื่อให้เกิดเหมืองแร่ที่ถูกกฎหมายและได้มาตรฐานต่อไป


ดร.สืบสกุลกล่าวว่า นับตั้งแต่พบแม่น้ำสายต่างๆ ปนเปื้อนโลหะหนัก และเครือข่ายฯ ได้จัดกิจกรรมในวันสิ่งแวดล้อมโลก เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2568 ยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ แล้ว รัฐบาลไทยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจคุณภาพน้ำไทย-เมียนมา แต่เคยเจรจากับเมียนมาเพียงแค่ครั้งเดียวในวันที่ 22 ส.ค. 2568 เท่านั้น นับแต่นั้นก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีเหมืองแร่ต่างๆ เกิดขึ้นและประเทศไทยมีการนำเข้าแร่สำคัญ เช่น แร่พลวง แมงกานีส ตะกั่ว ดีบุก ทังสเตน ฯลฯ ผ่านด่านชายแดนด้านแม่สาย เชียงแสน แม่สอด แม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน สังขละบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และระนอง เพื่อส่งไปยังปลายทางประเทศจีน ส่วนภายในประเทศมีการตรวจหาสารปนเปื้อนอย่างต่อเนื่องก็พบสารโลหะหนักเกินมาตรฐานทั้งในน้ำ ตะกอนดิน และดินเพื่อการเกษตร

ดร.สืบสกุลกล่าวอีกว่า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีดูแล รมว.มหาดไทย ซึ่งดูแลรัฐวิสาหกิจน้ำประปา ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคจะกั้นแม่น้ำลาวเพื่อใช้เป็นน้ำดิบแทนแม่น้ำกก ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 2,100 ล้านบาท เพราะแม่น้ำกกพบสารโลหะหนัก ขณะที่มีประชากรใช้น้ำจากแม่น้ำกกมากถึง 40,000 ครัวเรือนหรือประมาณ 160,000 คน ส่วนแม่น้ำสาย-รวก ก็มีกว่า 30,000 ครัวเรือน รวมกันทั้งแม่น้ำกก สาย รวก โขง มีไม่ต่ำกว่า 70,000 ครัวเรือน ดังนั้นนายกรัฐนตรีจึงควรจะมารับฟังสภาพปัญหานี้ด้วยตัวเอง


นางเพียรพรกล่าวเพิ่มด้วยว่า จากภาพถ่ายดาวเทียมโดยสถาบันวิจัยระดับสากลพบการขยายตัวของเหมืองแร่ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม (Unregulated) ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอยู่ต้นแม่น้ำทั้งหมดดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2,582 แห่ง จากเดิมปีที่ผ่านๆ มาพบเพียง 2,300-2,400 แห่ง ส่งผลกระทบต่อแม่น้ำทั้ง 5 สายไปจนถึงแม่น้ำสาละวินด้วย

การขยายตัวของเหมืองเหล่านี้เริ่มตั้งแต่รัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมา เป็นต้นมาและค่อยๆ มายังรัฐฉานเหนือ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ จนเห็นผลกระทบเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาในที่สุด คาดว่าการขยายตัวเกิดจากตลาดโลกต้องการแร่แรร์เอิร์ท (Rare Earth) และแร่เศรษฐกิจสำคัญ (Critical Minerals) แต่ทำให้คนลุ่มแม่น้ำในประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่สังเวย

ดร.เนรมิตร และ ดร.เกียรติคุณ เสริมว่า ขบวนธรรมยาตราจะเริ่มต้นเดินเท้าตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาจากสะพานข้ามแม่น้ำกกบ้านท่าตอนเลาะเลียบฝั่งซ้ายของแม่น้ำกกผ่านชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น บ้านหาดชมพู บ้านใหม่หมอกจ๋าม บ้านเมืองงาม บ้านผาขวาง บ้านรวมมิตร ฯลฯ โดยจะมีการจัดเวทีสะท้อนปัญหาในแต่ละชุมชนทุกวัน

กระทั่งวันที่ 5 มิ.ย.ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ขบวนธรรมยาตราและคณะสงฆ์จะร่วมกันล่องเรือจำนวน 15 ลำไปยังสะพานแม่ฟ้าหลวง และร่วมกับภาคประชาชน เครือข่ายชาติพันธุ์ เยาวชน ฯลฯ ยื่นหนังสือต่อผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและให้รัฐบาลมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อไป