“คนแกล้งมีความสุข แต่คนโดนจะตายอยู่แล้ว” เปิดบันทึกสะเทือนใจของเด็กหญิงที่ถูกบูลลี่หนักในโรงเรียน ระบายความเจ็บปวดผ่านถ้อยคำสิ้นหวัง จนแม่อ่านแล้วแทบใจสลาย ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจ พร้อมเรียกร้องให้สังคมหยุดมอง “การบูลลี่” เป็นเรื่องเล่นๆ ของเด็กอีกต่อไป
วันนี้ (20 พ.ค.) กลายเป็นโพสต์ที่ถูกแชร์และพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นคุณแม่ ได้โพสต์ภาพสมุดบันทึกของลูกสาว ที่เขียนบอกเล่าความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกกลั่นแกล้งและบูลลี่ในโรงเรียนอย่างหนัก โดยคุณแม่ระบุข้อความด้วยความโศกเศร้าว่า “มันเป็นเช้าที่แตกสลายของแม่ แม่เขียนยังเจ็บขนาดนี้ แล้วความรู้สึกน้องมันจะขนาดไหน”เปิดข้อความในบันทึก แบกรับความเจ็บปวดภายใต้รอยยิ้มภายในสมุดบันทึกของเด็กหญิง ปรากฏข้อความที่ระบายความอัดอั้นตันใจจากการถูกล้อเลียนเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก สีผิว และการใช้ชีวิตในโรงเรียน โดยมีข้อความสะเทือนใจระบุว่า "ที่เห็นว่ายิ้ม เห็นว่าหัวเราะ มีความสุข ตลก แต่... ปลอมหมด ชีวิตจริงไม่มีความสุข ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ไม่ตลก โดนล้อจนเป็นปมฝังใจ การโดนบูลลี่มันใช่เรื่องตลกเหรอ"
"คนแกล้งมีความสุข คนโดนจะตายอยู่แล้ว"
"ไม่ชอบไปโรงเรียน เพราะสังคมในโรงเรียนแย่ โดนล้อ โดนทำร้ายความรู้สึก โดนว่าจนเสียความมั่นใจ โดนว่าทั้งที่อยู่เฉยๆ อธิบายก็หาว่าหาเรื่อง แล้วเราต้องอยู่ตรงไหนถึงจะมีความสุข"
"มีครั้งหนึ่ง ถูกบูลลี่เรื่องหน้าตาสีผิวใน รร. จนอยากจะฉีกหน้าตัวเองทิ้ง อยู่ที่บ้านก็โดนด่า อยู่ที่ รร. เพื่อนก็บูลลี่ แล้วเราต้องไปอยู่ที่ไหนแล้วไม่ถูกใจใครเลย เราขอย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าได้ไหมคะ..."
นอกจากนี้ ในหน้าอื่นๆ ของบันทึกยังมีถ้อยคำรุนแรงที่น้องได้รับจากคนรอบข้างเขียนทิ้งไว้รอบๆ เช่นคำว่า "อ้วน", "ดำ", "หน้าเหมือนหมา", "ควาย", "เรียนไม่เก่งไปตายไป" และคำว่า "เหนื่อยมากแต่ไม่มีใครอยู่ข้างๆ ทำไม เอาตรงๆ อยากตาย" พร้อมกับมีภาพวาดลายเส้นระบายสีแดงปนดำด้วยความอัดอั้น
อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตแห่ส่งกำลังใจ วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียน หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและส่งกำลังใจให้คุณแม่และน้องเป็นจำนวนมาก โดยยอดกดไลก์สูงกว่า 10,000 ครั้ง และแชร์ต่ออีกกว่า 7,500 ครั้ง โดยมีหลายความคิดเห็นได้แสดงความเป็นห่วงในสภาพจิตใจของเด็ก พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางโรงเรียนและคุณครูมีมาตรการจัดการกับปัญหาการบูลลี่อย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้มองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่นๆ ของเด็ก เพราะบาดแผลทางใจอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่ออนาคต ขณะที่บางส่วนแนะนำให้คุณแม่กอดและรับฟังน้องให้มากๆ เพื่อเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดในเวลานี้

