พระนครศรีอยุธยา - เพลิงโหมเผาชุมชนเก่าหลังวัดประสาทกลางเมืองอยุธยา บ้านเรือนและอาคารเรียนเก่าถูกไฟลามเสียหายรวม 9 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันควบคุมสถานการณ์ ขณะโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ต้องเร่งอพยพนักเรียนหนีควันไฟ ผู้ปกครองแห่รับบุตรหลานกลับบ้านด้วยความแตกตื่น เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
บ่ายวันนี้ (20 พ.ค.) ร.ต.อ.วิรุฬห์กิจ ตันตระกูล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนอรุณประเสริฐ ด้านหลังวัดประสาท ซอยอู่ทอง 54 หมู่ 5 ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง รวมกว่า 20 คัน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยเข้าระงับเหตุ
จุดเกิดเหตุเป็นชุมชนเก่าพื้นที่คับแคบ รถดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงตัวบ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องลากสายฉีดน้ำจากปากซอยเข้าไปยังจุดเกิดเหตุไกลกว่า 300 เมตร โดยพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เก่า ปลูกติดกันอย่างหนาแน่น อีกทั้งยังมีอาคารเรียนเก่าของโรงเรียนอรุณประเสริฐที่ไม่ได้ใช้งานแล้วอยู่ภายในพื้นที่ ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมมีเสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้ง ท่ามกลางกลุ่มควันดำพวยพุ่งปกคลุมทั่วบริเวณ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ท่ามกลางกระแสลมแรง เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวน 8 หลังคาเรือน และอาคารเรียนเก่าอีก 1 หลัง โดยเฉพาะบริเวณชั้นบนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ระหว่างเกิดเหตุ ชาวบ้านต่างพากันขนย้ายทรัพย์สิน ถังแก๊ส และของมีค่าออกจากบ้านด้วยความโกลาหล เพื่อป้องกันการสูญเสียเพิ่มเติม
นอกจากนี้ จุดเกิดเหตุยังอยู่ใกล้กับโรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมภ์ ส่งผลให้กลุ่มควันไฟลอยเข้าภายในโรงเรียน ทางโรงเรียนจึงประกาศให้นักเรียนลงจากอาคารเรียนทันทีเพื่อความปลอดภัย พร้อมประสานผู้ปกครองให้มารับนักเรียนกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน ทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากเร่งเดินทางมารับบุตรหลานด้วยความเป็นห่วง
ด้านนายอไทวัต อายุ 52 ปี ลูกชายเจ้าของอาคารเรียนเก่า เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมารดาอยู่ภายในบ้านซึ่งติดกับอาคารอีกหลัง ส่วนตนเองอยู่บนอาคาร ได้ยินแม่ตะโกนว่าไฟไหม้ จึงรีบลงมาดู พบว่าเพลิงกำลังลุกลามจากบริเวณห้องครัว จึงพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมได้
“ช่วงนั้นหลานชายติดอยู่ภายในห้อง ผมต้องพังฝาผนังด้านข้างเข้าไปช่วยออกมา ก่อนจะพาหลานหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย” นายอไทวัต กล่าว
ต่อมา ว่าที่ร้อยตรีสมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเตรียมนำเครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ที่นอน และสิ่งของจำเป็นเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยขณะนี้ยังไม่มีการเปิดศูนย์พักพิง เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่สามารถไปพักอาศัยกับญาติได้
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด.

