เอพี – อเมริกาไล่บี้คิวบา ยื่นฟ้องอดีตประธานาธิบดีราอูล คาสโตร ที่สั่งยิงเครื่องบินพลเรือน 2 ลำที่ดำเนินการโดยกลุ่มชาวคิวบาพลัดถิ่นในไมอามีเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้านผู้นำฮาวานาโต้เป็นการจัดฉากทางการเมืองเพื่อหาข้ออ้างในการเปิดปฏิบัติการทางทหารที่โง่เขลาต่อคิวบา
คำฟ้องที่อเมริกาซุ่มยื่นต่อคณะลูกขุนใหญ่เมื่อเดือนเม.ย. ระบุว่า คาสโตร ซึ่งในขณะนั้นรับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ออกคำสั่งให้ยิงเครื่องบินเล็กสองลำที่ดำเนินการโดยบราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิว ซึ่งเป็นกลุ่มชาวคิวบาพลัดถิ่นในไมอามี โดยตั้งข้อหาฆาตกรรม ทำลายเครื่องบิน และอื่นๆ รวมทั้งยังฟ้องนักบินของกองทัพคิวบา 5 นาย
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1995 ที่กลุ่มบราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิวส่งเครื่องบินเล็กไปโปรยใบปลิวเหนือกรุงฮาวานาเรียกร้องให้ชาวคิวบาลุกฮือต่อต้านรัฐบาลของฟิเดล คาสโตร ประธานาธิบดีในขณะนั้น และเป็นพี่ชายของราอูล คาสโตร
ต่อมาหลังจากถูกคิวบาประท้วง องค์การบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) ได้เปิดสอบสวนและเรียกร้องให้ผู้นำกลุ่มบราเธอร์ส ทู เดอะ เรสคิวยุติการดำเนินการดังกล่าว ทว่า ไม่เป็นผล และเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 1996 เครื่องบินพลเรือนของกลุ่มนี้ 2 ลำถูกเครื่องบินขับไล่ MiG-29 ที่ผลิตในรัสเซียยิงด้วยขีปนาวุธห่างจากทางเหนือของฮาวานาไม่ไกล ทำให้ชาย 4 คนที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด ส่วนเครื่องบินลำที่ 3 หนีรอดได้หวุดหวิด
ท็อดด์ บลานช์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศข่าวการฟ้องร้องคาสโตรเมื่อวันพุธ (20 พ.ค.) ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพของคิวบา โดยบอกว่า ครอบครัวชาวอเมริกัน 4 คนที่ถูกสังหารในเหตุการณ์ดังกล่าวเฝ้ารอความยุติธรรมมาเกือบ 30 ปี และเสริมว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดไม่มีอาวุธ และกำลังทำภารกิจด้านมนุษยธรรมเพื่อช่วยเหลือและปกป้องชาวคิวบาที่พยายามข้ามช่องแคบฟลอริดาเพื่อหนีการกดขี่ของรัฐบาล
บลานช์เสริมว่า อเมริกาได้ออกหมายจับคาสโตรแล้ว แต่หวังว่า เขาจะสมัครใจเดินทางไปอเมริกาเพื่อเข้ารับการพิจารณาคดีโดยสมัครใจ
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปสำหรับคิวบา โดยบอกว่า ต้องรอดูกัน และเสริมว่า อเมริกาพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมสำหรับประเทศที่กำลังล่มสลาย
ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่า การฟ้องร้องคาสโตร ซึ่งจะมีอายุครบ 95 ปีในเดือนหน้า ถือเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงสำหรับคิวบา หลังจากที่ทรัมป์ส่งทหารเข้าไปจับกุมอดีตประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรของเวเนซุเอลา และนำตัวไปดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดในนิวยอร์ก
แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า คาสโตรจะไปปรากฏตัวในศาลอเมริกาหรือไม่ แต่ข้อหาฆาตกรรมและสมรู้ร่วมคิดอาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต
ประธานาธิบดีมิเกล ดิแอซ-คาเนลของคิวบา ประณามการฟ้องคาสโตรว่า เป็นข้ออ้างทางการเมืองเพื่อหาเหตุผลสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารที่โง่เขลาต่อคิวบา
เขายังโพสต์กล่าวหาอเมริกาโกหกและบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการยิงเครื่องบินดังกล่าวที่รวมถึงการเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้งของเจ้าหน้าที่คิวบาในขณะนั้นว่า คิวบาจำเป็นต้องป้องกันการละเมิดน่านฟ้าอย่างอันตรายของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชื่อดัง
ทั้งนี้ ทรัมป์ขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารกับคิวบานับจากที่ส่งทหารเข้ารวบตัวมาดูโร ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของคิวบา และนับจากนั้นทำเนียบขาวสั่งปิดล้อมเพื่อปิดกั้นการส่งเชื้อเพลิงเข้าสู่คิวบา ส่งผลให้ไฟฟ้าดับอย่างรุนแรง ขาดแคลนอาหาร และเศรษฐกิจล่มสลายทั่วคิวบา
ทรัมป์ยังพร่ำพูดเรื่องการเปลี่ยนระบอบในคิวบา หลังจากเมื่อต้นปีประกาศว่า จะเข้าผนวกประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ฉันท์มิตร หากผู้นำคิวบาไม่ยอมเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนของอเมริกา รวมทั้งจะขับไล่ศัตรูของอเมริกาออกจากประเทศนี้
แม้คาสโตรส่งมอบเก้าอี้ประธานาธิบดีให้ดิแอซ-คาเนลตั้งแต่ปี 2018 รวมทั้งวางมือจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาในปี 2021 แต่เชื่อกันว่า เขายังคงชักใยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากบทบาทโดดเด่นของราอูล กิลเลอร์โม โรดริเกซ คาสโตร หลานปู่ของเขา ที่ก่อนหน้านี้ได้พบปะแบบลับๆ กับมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่เป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวคิวบา

