โลกออนไลน์แห่ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ประจำสถานีรถไฟฟ้า หลังเข้าช่วยเหลือชายวัย 25 ปี ที่พยายามกระโดดจากสถานีรถไฟฟ้าแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าว เหตุเกิดช่วงเย็นวานนี้
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.40 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เข้าพบ พ.ต.ท.ฐาปนพงศ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วย ส.ต.อ.ชาญยุทธ สิ่วสำแดง ผบ.หมู่(จร.)สภ.ปากเกร็ด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เข้าระงับเหตุและช่วยเหลือชายคนดังกล่าวเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
ส.ต.อ.ชาญยุทธ เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ผ่านมา ขณะตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บริเวณหน้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ได้ยินวิทยุแจ้งเหตุว่ามีชายพยายามกระโดดจากสถานีรถไฟฟ้า จึงรีบเดินทางเข้าไปตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงพบชายคนดังกล่าวยืนอยู่บริเวณชั้น 2 ของสถานี อยู่ในอาการตะโกนกรีดร้องและพูดเพียงคำว่า “ไม่ๆ” ตลอดเวลา พร้อมพยายามก้าวขาลงจากขอบสถานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ประจำสถานี จึงช่วยกันเกลี้ยกล่อมอย่างระมัดระวัง โดยตนพยายามพูดคุยให้ชายคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์ พร้อมค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ทีละน้อย
กระทั่งสบโอกาสในจังหวะที่ชายคนดังกล่าวนั่งลง ตนจึงรีบพุ่งเข้าชาร์จและดึงตัวออกมาจากจุดอันตรายได้สำเร็จ ก่อนควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เวลาในการเกลี้ยกล่อมประมาณ 15 นาที
เบื้องต้นชายคนดังกล่าวไม่ได้บอกสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด เพียงร้องไห้และพูดคำว่า “ไม่ๆ” อยู่ตลอดเวลา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ปากเกร็ด พร้อมประสานให้ผู้เป็นแม่เดินทางมารับกลับบ้าน
ส.ต.อ.ชาญยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเคยพบเหตุลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 3 ครั้ง แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ลงมือเข้าช่วยเหลือด้วยตนเองจนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน แม่ของชายวัย 25 ปี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.ปากเกร็ด โดยเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและรับประทานยารักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งที่ผ่านมาเคยพยายามทำร้ายตัวเองมาแล้วถึง 3 ครั้ง ส่วนสาเหตุที่คาดว่าเป็นชนวนของความเครียดในครั้งนี้ มาจากลักษณะงานที่ลูกชายทำเกี่ยวกับการเร่งรัดหนี้สิน ซึ่งต้องเผชิญกับคำพูดรุนแรงและกระทบกระเทือนจิตใจอยู่เป็นประจำ ประกอบกับปัจจุบันลูกชายอาศัยอยู่กับตนเพียงสองคน หลังจากพ่อเสียชีวิตไปแล้ว ทำให้บางครั้งไม่สามารถควบคุมหรือดูแลลูกชายได้ทันเวลาที่เกิดอาการเครียดหรือคิดทำร้ายตัวเองอีกครั้ง

