xs
xsm
sm
md
lg

ศาลฎีกา' วางหลักห้ามฟ้องปิดปาก ชี้เหตุใช้สิทธิไม่สุจริต-กลั่นแกล้งสร้างภาระ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลฎีกาวางหลักใหม่ เบรกคดีฟ้องปิดปาก คุ้มครองเสรีภาพประชาชน ชี้หากเป็นการฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งหรือไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ต้นทาง

จากข้อเรียกร้องของหลายฝ่ายที่ต้องการให้มีกฎหมายควบคุมการฟ้องคดีปิดปาก ซึ่งเป็นการฟ้องที่ต้องการปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แม้ว่าเวลานี้จะยังไม่มีกฎหมายดังกล่าวออกมา แต่ในส่วนของศาลยุติธรรมได้มีการดำเนินการปรับตัวให้สอดรับกับข้อเรียกร้องในเรื่องนี้แล้ว

ในเรื่องนี้ล่าสุด นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ลงนามในคำแนะนำของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดีโดยไม่สุจริตในคดีอาญา พ.ศ.2569 เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบและกลั่นกรองการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาให้เป็นไปโดยสุจริตและป้องกันมิให้กระบวนการทางศาลถูกนำไปบิดเบือน หรือใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งหรือจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

คำแนะนำดังกล่าวมีสาระสำคัญในการวางแนวทางให้ศาลสามารถพิจารณาและตรวจสอบการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่อาจมีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบ หรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร และยืนยันหลักการสำคัญว่ากระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ถูกนำไปใช้ในลักษณะบิดเบือนจากวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

นอกจากนี้ ได้กำหนดพฤติการณ์ที่พึงถือเป็นเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ เช่น การยื่นฟ้องคดีในศาลที่อยู่ห่างไกลจากภูมิลำเนาหรือสถานที่ทำงานของจำเลยโดยไม่มีเหตุจำเป็นอันเกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี การฟ้องคดีหลายคดีจากข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์เดียวกันเพื่อสร้างภาระในการต่อสู้คดี รวมถึงการฟ้องบุคคลที่ใช้สิทธิตามกฎหมายหรือแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น การปกป้องสิทธิมนุษยชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สิทธิผู้บริโภค สิทธิแรงงาน หรือการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตและการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

การดำเนินการตามคำแนะนำดังกล่าว ศาลสามารถใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161/1 ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หากปรากฏข้อเท็จจริงโดยชัดแจ้งว่าการฟ้องคดีเป็นไปโดยไม่สุจริต ศาลมีอำนาจยกฟ้องได้ตั้งแต่ในชั้นตรวจฟ้อง หรือดำเนินการไปพร้อมกับการไต่สวนมูลฟ้องเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเหมาะสม อีกทั้ง ศาลยังอาจมอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีหรือเจ้าพนักงานศาลช่วยตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการไต่สวนและวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสวงหาข้อเท็จจริง