การบูมสนั่นของศูนย์ข้อมูล AI ดันให้โลกมีบริษัทมูลค่าทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นใหม่อีก 2 ราย ได้แก่ เอสเค ไฮนิกซ์ และไมครอน ขณะที่ ซัมซัง อิเล็กทรอนิกส์ ที่เพิ่งครองฐานะนี้เมื่อตอนต้นเดือน ราคาหุ้นพุ่งไปอีกกว่า 6% เมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) หลังจากหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดการนัดหยุดงานครั้งใหญ่ โดยสหภาพแรงงานโหวตแสดงความพอใจแผนจ่ายโบนัสล่าสุด ซึ่งทำให้พนักงานแผนกเซมิคอนดักเตอร์ได้ผลตอบแทนคนละกว่า 12 ล้านบาท ไม่น้อยหน้าพนักงานของคู่แข่งสำคัญอย่าง เอสเค ไฮนิกซ์
ราคาหุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ ซัปพลายเออร์หลักรายหนึ่งของ อินวิเดีย บริษัทชิป AI ยักษ์ใหญ่ ทะยานขึ้น 10% ในการซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์กรุงโซลเมื่อวันพุธ (27) ทำให้มูลค่าตามราคาตลาดหุ้นของกิจการยักษ์ด้านชิปหน่วยความจำสัญชาติเกาหลีใต้รายนี้พุ่งทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยถ้าหากนับจากต้นปี ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าตัวทีเดียว
ขณะที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง ระหว่างช่วงทำการของตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯเมื่อวันอังคาร (26) หุ้นของไมครอน ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำสัญชาติอเมริกัน ก็ดีดขึ้นเกือบ 20% จนมูลค่าตลาดพุ่งเลยขีด 1 ล้านล้านดอลลาร์เหมือนกัน ทั้งนี้หลังจาก ยูบีเอส วาณิชธนกิจชื่อดังปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาหุ้นไมครอนขึ้นไป 3 เท่าตัว
เอสเค ไฮนิกซ์ และ ไมครอน กลายเป็นบริษัทมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์น้องใหม่ล่าสุด ตามรอยบิ๊กเทคชื่อดังอย่าง อินวิเดีย, แอมะซอน, แอปเปิล, ไมโครซอฟท์, อัลฟาเบต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล, และ เมตา
ปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เหล่านี้ทะยานไม่หยุด คือ ดีมานด์มากมายมหาศาลจากทั่วโลกที่มีต่อชิปคอมพิวเตอร์ขั้นสูงเพื่อใช้ขับเคลื่อนเครื่องมือ AI
ดีมานด์ที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปี กำลังส่งผลให้ชิปหน่วยความจำขาดแคลนทั่วโลก และดันยอดขายชิปของผู้ผลิตอย่างเอสเค ไฮนิกซ์ และไมครอน โตไม่หยุด
อินวิเดีย คือผู้ชนะหมายเลขหนึ่งในกระแส AI บูม กลายเป็นบริษัทแรกของโลกที่มูลค่าตลาดแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
ต้นเดือนพฤษภาคมนี้เอง ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้ กลายเป็นบริษัทเอเชียแห่งที่ 2 รองจาก ทีเอสเอ็มซี บริษัทชิปไต้หวัน ที่ได้เข้าชมรมบริษัทล้านล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าตลาด 1.34 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากตอนต้นปีกว่าสองเท่าตัว
ซัมซุงที่เป็นที่รู้จักจากสมาร์ทโฟนและทีวี ยังเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ให้กับบริษัทชั้นนำมากมาย รวมถึงอินวิเดีย
ในวันพุธ ราคาหุ้นซัมซุงพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังจากพวกสมาชิกสหภาพแรงงาน โหวตสนับสนุนแผนโบนัสซึ่งทางตัวแทนเจรจาตกลงไว้กับฝ่ายบริหาร ทำให้บริษัทรอดพ้นจากการสไตรก์นัดหยุดงาน ที่หากเกิดขึ้นอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อธุรกิจของซัมซุง และกระทั่งต่อเศรษฐกิจโดยองค์รวมของเกาหลีใต้
ภายใต้ข้อตกลงล่าสุด พนักงานราว 78,000 คน จากพนักงานในประเทศทั้งหมดของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ 125,000 คน มีสิทธิ์ได้รับโบนัสประมาณ 370,000 ดอลลาร์ (มากกว่า 12 ล้านบาท) ต่อคนในปีนี้ โดยอิงกับประมาณการผลกำไรจากการดำเนินงาน
สหภาพแรงงานแห่งใหญ่ที่สุดของซัมซุงแถลงว่า สมาชิกกว่า 73% สนับสนุนข้อตกลงนี้ในการโหวตด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 6 วัน
ข้อตกลงนี้ลุล่วงในนาทีสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงการนัดหยุดงานนาน 18 วันที่สร้างความกังวลอย่างกว้างขวางว่า อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ เนื่องจากซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์มีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ถึงราว 12.5% นอกจากนั้นชิปหน่วยความจำยังเป็นองค์ประกอบราว 35% ของยอดส่งออกทั้งหมดของเกาหลีใต้
ดีมานด์ชิปหน่วยความจำที่ใช้ขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูล AI ช่วยดันรายได้ของซัมซุงพุ่งติดจรวด เดือนเม.ย. บริษัทแถลงว่า กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสแรกพุ่งโด่ง 750% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ขณะที่มูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในเดือน พ.ค.
ภายใต้ข้อตกลงระยะ 10 ปีกับทางฝ่ายสหภาพแรงงาน ซึ่งยึดโยงกับเป้าหมายผลดำเนินงานที่ตั้งไว้สูงลิบ พนักงานแผนกเซมิคอนดักเตอร์จะได้รับโบนัสประจำปี 10.5% จากกำไรในการดำเนินงานที่แผนกนี้ทำได้ โดยจะจ่ายเป็นหุ้นและจ่ายเงินสดเพิ่มอีก 1.5%
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เงินโบนัสที่ เอสเค ไฮนิกซ์ และ ซัมซุง สัญญาจะจ่ายให้เช่นนี้ กำลังส่งผลยกระดับสถานะทางสังคมของพวกวิศวกรและช่างด้านชิปในเกาหลีใต้ให้พุ่งพรวดสูงเด่น
เสื้อแจ็กเกตธรรมดาตัวหนึ่งที่ติดโลโก เอสเค ไฮนิกซ์ กลายเป็นไวรัลทางสื่อสังคมในเดือนนี้ ในฐานะเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความสำเร็จ โดยที่มีโพสต์จำนวนมากให้ความเห็นเชิงเหน็บแนมเสียดสีว่า เสื้อตัวนี้เหมือนกับเป็น “ตั๋วทองคำ” นำไปสู่ข้าวของฟุ่มเฟือยหรูหราและโอกาสในการหาคู่ครองที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากมาย
จากข้อมูลของสหภาพแรงงานซัมซุง พนักงานของเอสเค ไฮนิกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทชิปคู่แข่ง ได้โบนัสมากกว่าพนักงานซัมซุงเกิน 3 เท่าเมื่อปีที่แล้ว
อย่างไรก็ดี ในอีกด้านหนึ่ง แผนโบนัสใหม่นี้ก็สร้างความไม่พอใจให้พนักงานในแผนกอื่นๆ ที่ผลกำไรหยุดนิ่งหรือลดลงและจะได้รับผลตอบแทนน้อยกว่า โดยเมื่อวันอังคาร สหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนพนักงานที่ไม่ใช่แผนกเซมิคอนดักเตอร์ยื่นคำร้องให้ศาลระงับข้อตกลงโบนัสโดยอ้างว่า เอื้อประโยชน์ต่อพนักงานชิปอย่างไม่เหมาะสม
นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นรายย่อยกลุ่มหนึ่งกำลังเตรียมฟ้องร้องเช่นกัน โดยระบุว่า ข้อตกลงระหว่างซัมซุงกับสหภาพแรงงานไม่ได้รับการอนุมัติจากพวกเขา
ความเคลื่อนไหวของซัมซุงยังจุดชนวนการถกเถียงเกี่ยวกับวิธีกระจายผลกำไรจาก AI
เจ้าหน้าที่อาวุโสในทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เสนอแนวคิด “การปันผลแห่งชาติ” โดยการนำรายได้ส่วนเกินจากภาษีที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปสนับสนุนโครงการสวัสดิการสังคม ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า โบนัสก้อนโตจะช่วยป้องกันพนักงานมีทักษะย้ายไปทำงานนอกประเทศ ขณะที่บริษัทอเมริกาหลายแห่ง อาทิ เทสลา กำลังเพิ่มการลงทุนในชิป AI
แผนโบนัสของซัมซุงยังจุดชนวนการเรียกร้องของพนักงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วเกาหลีใต้ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ ที่ต้องการได้รับส่วนแบ่งจากกำไรของบริษัทมากขึ้น
นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า พนักงานของทีเอสเอ็มซีของไต้หวันที่ทำกำไรสูงสุด
เป็นประวัติการณ์จากกระแส AI ก็กำลังคุกรุ่นไม่พอใจในประเด็นคล้ายกันนี้เช่นเดียวกัน
(ที่มา: บีบีซี/เอเอฟพี)

