ราคาน้ำมันปิดผสมผสานในวันพฤหัสบดี(28พ.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผัวผวน นักลงทุนประเมินรายงานข่าวที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความคืบหน้าในข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน อย่างไรก็ตามแนวโน้มในแง่บวกดังกล่าว ดันทองคำปรับขึ้นและช่วยให้วอลล์สตรีททุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกรกฏาคม เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ ปิดที่ 88.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 58 เซนต์ ปิดที่ 93.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันซื้อขายผันผวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางสัญญาณที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการยุติสงครามอิหร่านในยืดเยื้อมากว่า 3 เดือน และความเป็นไปได้ของการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
แหล่งข่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์ส ว่าทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหนึ่งๆในการขยายเวลาหยุดยิงในตะวันออกกลางเป็นเวลา 60 วัน อย่างไรก็ตามข้อตกลงนี้ยังจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันสำนักข่าวทาสนิม สื่อมวลชนของอิหร่าน รายงานว่าร่างว่าที่บันทึกความเข้าใจร่วมกับสหรัฐฯ ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้ายและยังไม่สามารถยืนยันได้
อย่างไรก็ตามข่าวคราวที่สหรัฐฯและอิหร่านขยายกรอบเวลาข้อตกลงหยุดยิง ฉุดให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และปัจจัยนี้เองที่ผลักให้ราคาทองคำปรับขึ้นกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี(28พ.ค.) โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 50.90 ดอลลาร์ หรือ 1.10 % ปิดที่ 4,532.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(28พ.ค.) ปิดในแดนบวก โดยเอสแอนด์พี500 และแนสแดค แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังมีข่าวว่าอเมริกาและอิหร่านเห็นพ้องในร่างข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไป 60 วัน ขณะที่นักลงทุนพินิจพิเคราะห์ข้อมูลเงินเฟ้อ
ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 24.69 จุด (0.05 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 50,688.97 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 43.27 จุด (0.58 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,563.63 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 242.74 จุด (0.91 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 26,917.47 จุด
ข้อมูลเศรษฐกิจแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นในอัตราร้อนแรงที่สุดในรอบ 3 ปี ในเดือนเมษายน ผลจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงท่ามกลางสงครามอิหร่าน
ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1 โดยระบุว่าเศรษฐกิจของอเมริกา ขยายตัวเพียง 1.6% ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.0% ท่ามกลางความคาดหมายว่าการเติบโตของจีดีพีจะลดต่ำลงไปอีกในไตรมาสปัจจุบัน
(ที่มา:รอยเตอร์)

