xs
xsm
sm
md
lg

โป๊ะแตกรอบสอง! เพจดังจับสังเกต "บอทเวียดนาม" โผล่ป่วนคลิป "สส.ลิซ่า" ชาวเน็ตโยงปมเก่าปั๊มยอดผู้ติดตามพัทยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โป๊ะแตกรอบสอง! กองทัพ "บอทเวียดนาม" พิมพ์ "AI TEST BOT" บุกป่วนช่องคอมเมนต์ "สส.ลิซ่า" พรรคประชาชน ชาวเน็ตหูตาไวขุดวีรกรรมเก่าจ้างไอโอปั๊มยอดผู้ติดตามพัทยา แห่แซวหนัก... ฐานเสียงแน่นแบบนี้ ย้ายไปลงชิง "ผู้ว่าฯ ฮานอย" ดีไหม? หรือนี่คือการซ้อมใหญ่ก่อนศึกเลือกตั้ง

วันนี้ (29 พ.ค.) เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก "จักรวาลด้อมส้ม" ได้ออกมาเปิดเผยความผิดปกติในช่องแสดงความคิดเห็นบนคลิปวิดีโอของ "สส.ลิซ่า" สังกัดพรรคประชาชน โดยพบว่ามีบัญชีผู้ใช้ชาวเวียดนามจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะคล้ายระบบปฏิบัติการอัตโนมัติ ทำให้ชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตและเชื่อมโยงถึงกรณีการใช้เครือข่ายปฏิบัติการข่าวสาร ที่เคยเกิดขึ้นกับพรรคเดียวกันในอดีต

เหตุการณ์ความผิดปกติดังกล่าว เกิดขึ้นในโพสต์คลิปวิดีโอการอภิปรายในสภาของ สส.ลิซ่า ซึ่งปรากฏว่าพื้นที่ช่องแสดงความคิดเห็นได้ถูกครอบครองโดยกลุ่มบัญชีผู้ใช้ชื่อภาษาเวียดนาม อาทิ Trần Vàng Lan, Hồ Cường และอื่นๆ อีกจำนวนมาก โดยบัญชีเหล่านี้ได้พร้อมใจกันพิมพ์ข้อความภาษาอังกฤษด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ว่า "AI TEST BOT" อย่างต่อเนื่อง

ลักษณะการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวสร้างความประหลาดใจแก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ใช่การถกเถียงประเด็นทางการเมืองหรือการให้กำลังใจตามปกติ แต่กลับมีลักษณะคล้ายคลึงกับความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์ จากการปรากฏตัวของกลุ่มบัญชีผู้ใช้ชาวเวียดนาม ทำให้สังคมออนไลน์จำนวนมากต่างเชื่อมโยงเหตุการณ์นี้เข้ากับกรณีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้น ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยาจากพรรคประชาชน เคยถูกตรวจสอบพบว่ามีการใช้บริการเครือข่ายไอโอจากประเทศเวียดนามเพื่อเพิ่มยอดผู้ติดตามเพจ จนนำไปสู่การยอมรับและกล่าวขอโทษต่อสาธารณชนในที่สุด

ทั้งนี้ ชาวเน็ตและเพจ "จักรวาลด้อมส้ม" ได้ร่วมกันตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทผู้รับจัดทำระบบไอโออาจกำลังดำเนินการทดสอบระบบหลังจากการอัปเดต เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับงานในช่วงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกันก็มีการแสดงความคิดเห็นเชิงหยอกล้อว่า จากฐานเสียงชาวเวียดนามที่เข้ามาสนับสนุนอย่างล้นหลาม สส.ลิซ่า อาจต้องเบนเข็มไปลงสมัครชิงตำแหน่ง "ผู้ว่าราชการกรุงฮานอย" แทน ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นอีกหนึ่งสีสันทางการเมืองในยุคดิจิทัลที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนี้