"มาดามเก่ง" เปิดเกมโต้กลับ "โทน บางแค" ส่งข้อมูลถึงพนักงานสอบสวนแฉพฤติกรรมบิดเบือนข้อเท็จจริง ชี้การพบกันในห้อง "บิ๊กเต่า" ไม่มีการข่มขู่ทวงหนี้ตามที่กล่าวหา พร้อมตั้งคำถามเหตุใดเซียนพระชื่อดังจึงเดินหน้าร้องเรียนและฟ้องร้อง หลังถูกแจ้งความคดีฉ้อโกง
จนถึงตอนนี้เซียนพระกระดาษเปล่า เจ้าของฉายา "โทน บางแค" กําลังเล่นบทบาท “โทนบางแคการละคร” สร้างภาพให้ตัวเองเป็น นักต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม
เขาลุยแจ้งจับ ร้องเรียนและฟ้องร้อง จะเอาผิดบิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถึงขนาดป้ายสีว่าบิ๊กเต่า มีพฤติกรรมเป็นแก๊งทวงหนี้เอาเปอร์เซนต์
โทนร้องขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร. และคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจ หรือ กต.ตร.
แจ้งความ สน.พหลโยธิน กล่าวหาบิ๊กเต่า มาตรา 157 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐทวงถามหนี้
ล่าสุด ฟ้องศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหาหมิ่นประมาท ดูแล้ว คําว่าโจรกระจอกจากปากบิ๊กเต่า คงจะเสียดแทงหัวใจเซียนพระผู้ยิ่งใหญ่อย่างโทน บางแค อย่างแรง
โทน บางแค มึนเมาในโหมดเหนียวหนี้ ที่ติดค้างมาดามเก่ง จนลืมเบิ่งตามองโลกว่า ณ พ.ศ.นี้ บทบาทการทําหน้าที่อย่างตงฉินของบิ๊กเต่า ถือเป็นศักดิ์ศรี ความภูมิใจ เป็นหน้าเป็นตาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คนมีสติดีที่ไหน จะเชื่อในคํากล่าวหา ลอยๆ ของโทน บางแค ขณะที่หลักฐานจากฝ่ายเจ้าหนี้คือมาดามเก่ง เผยให้เห็นหนังคนละม้วน กับ “โทนบางแคการละคร”
โดยคดีแจ้งความที่สน.พลโยธินนั้น มาดามเก่ง ทําหนังสือส่งถึงพนักงานสอบสวน เล่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 อย่างละเอียดละออ ถึงวันที่เธอได้เผชิญหน้ากับโทน บางแค ในสำนักงานของบิ๊กเต่า
มาดามเก่งระบุว่า ในระหว่างพูดคุยกัน บิ๊กเต่าก็เปิดประตูห้องโล่งไว้ตลอดเวลา มองเห็นลูกน้องบิ๊กเต่า นั่งทํางานกันอยู่หัวโด่
มันไม่มีบรรยากาศของการขู่เข็ญทวงหนี้ใดๆ จากบิ๊กเต่า มีแต่เธอเอง ที่หลุดปากด่าโทน บางแค ออกมาในบางช่วง
ตอนจะแยกย้ายจากกัน โทน บางแค ก็ยังร่ำลาบิ๊กเต่าเป็นคนสุดท้าย ไม่เห็นมีบรรยากาศของการโกรธเคืองใดๆ ต่อกัน
แต่พอมาดามเก่ง เห็นว่าโทนไม่ยอมมา เจรจาด้วยอีกครั้งตามนัด จึงเริ่มแจ้งจับเอาผิดโทน บางแค คดีฉ้อโกง เท่านั้นเองก็เป็นเรื่อง โทนเปิดใส่บิ๊กเต่าก่อนเลย โดยการแจ้งจับกล่าวหาเป็นตํารวจแก๊งทวงหนี้
สําหรับคําพูด โจรกระจอก จากปากบิ๊กเต่า ซึ่งทำโทนเกิดอาการเป็นฟืนเป็นไฟนั้น บิ๊กเต่าพูดหว่านไปถึงเซียนพระ ซึ่งมีพฤติกรรมเป็นโจร หลอกแดกชาวบ้านด้วยกระดาษเปล่า โทน บางแค ก็ไม่น่าจะดิ้นอะไรซะขนาดนั้น เซียนคนอื่นเขายังเฉยๆ กันเลย
โทน บางแค ควรจะศึกษากรณีตัวอย่างที่ เห็นกันทนโท่ตําตา บิ๊กโจ๊กใหญ่ขนาดไหน แจ้งจับบิ๊กเต่า จนคดียาวเป็นหางว่าว ยังทําอะไรบิ๊กเต่าไม่ได้
การทํางานตามกรอบของกฎหมาย จะเป็นเกราะป้องกันบิ๊กเต่า จากข้อกล่าวหาเลอะเทอะทั้งหลาย ต่อให้โทนมีแบ็คดี มีข้าราชการใหญ่เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย แต่ดูจากวิธีการเดินหมากด้านกฎหมาย ก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก
มิหนำซ้ำ คนกล่าวหาบิ๊กเต่าเองก็ต้องระวังด้วย อาจจะเข้าข่าย กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับคดีอาญา ต้องระวังข้อหานี้ จะมาทบต้นทบดอกกับข้อหาฉ้อโกง
จากข้อมูลที่หลายๆ ฝ่าย เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 เมษายน สังคมก็งงกันว่า โทน บางแค จะเกรี้ยวกราดอะไรขนาดนั้น กับคำแนะนำอย่างถูกต้องของบิ๊กเต่า หากโทนมีทรัพย์สินอะไร ที่เอามาจากเจ้าหนี้ ก็คืนเจ้าหนี้ไปเพื่อลดยอดหนี้
คนที่มีสามัญสำนึกดี ๆ ฟังคำแนะนำแบบนี้ ก็ต้องเข้าใจได้ ไม่ใช่ไปหลงติดกับภาพลักษณ์ ไฮโซปลอมๆ รวยฟ่ามๆ จากการโชว์ทรัพย์สินของคนอื่น ที่ได้มาจากการวางกระดาษเปล่า

