วันนี้ (5 มิ.ย. 2569) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง แถลงชี้แจงและเน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญของการคัดกรองผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ว่าเป็นการมุ่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและคนยากจนอย่างแท้จริงที่กำลังเดือดร้อนท่ามกลางวิกฤตพลังงาน โดยได้ปรับเปลี่ยนมาตรการตรวจสอบจากเดิมที่ดูในระดับครอบครัว มาเป็นการคัดกรองรายบุคคล พร้อมนำฐานข้อมูลดิจิทัลมาใช้ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อคัดกรอง "คนยากจน" ออกจาก "คนอยากจน" ป้องกันไม่ให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลหรือนำบัตรไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อันเป็นการเอาเปรียบสังคม เนื่องจากเม็ดเงินทุกบาทมาจากภาษีของประชาชน
.
สำหรับกรณีที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องบิดามารดาถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากบุตรนำชื่อไปยื่นหักลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่ในความเป็นจริงกลับไม่เคยส่งเสียเลี้ยงดูนั้น โฆษกกระทรวงการคลังระบุว่า ประชาชนกลุ่มนี้สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์เพื่อขอคืนสิทธิ์ได้ โดยชี้ว่าเรื่องนี้ถึงเวลาที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งว่าจะให้รัฐบาลดูแล หรือจะให้ลูกเป็นผู้ดูแล ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ตั้งธงว่าจะต้องตัดสิทธิ์ประชาชนออกเป็นจำนวนเท่าใด และได้ประสานกลไกของกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการลงพื้นที่ช่วยสำรวจและตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอีกชั้นหนึ่งเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรม
.
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้เปิดกลไกให้ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ผ่าน 5 ช่องทางหลักที่รับลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ถึง 31 ก.ค. 2569 โดยผู้ร้องเรียนจะต้องเตรียมข้อมูลเพื่อแก้ไขจุดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ให้ครบถ้วนภายในวันที่ 16 ส.ค. 2569 ซึ่งกระทรวงการคลังจะทำการประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 14 ก.ย. 2569 สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบในรอบอุทธรณ์จะสามารถเดินทางไปยืนยันตัวตนได้ทันที และเริ่มรับสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
......
Sondhi X

