กาญจนบุรี - ตำรวจเมืองกาญจนบุรีจับกุมชาวจีน 4 ราย พร้อมคนขับชาวมอญ หลังพบพฤติกรรมต้องสงสัยกลางซอยในพื้นที่ ต.แก่งเสี้ยน ตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ 81 เครื่อง เบื้องต้นรับสารภาพหลบหนีจากเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา เตรียมเดินทางไปทำงานต่อในเมียนมา
พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า วันนี้( 5 มิ.ย.) ได้สั่งการร่วมกับ พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ บัวขม ผู้กำกับการ สภ.เมืองกาญจนบุรี ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและสายตรวจตั้งจุดตรวจจุดสกัด กวดขันวินัยจราจร และป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท บริเวณทางหลวงหมายเลข 367 (ถนนบายพาส) หมู่ 4 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
ต่อมาหลังเสร็จสิ้นภารกิจตั้งจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายเดินทางกลับที่ตั้งและปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ต่างๆ กระทั่งขณะขับรถผ่านบริเวณหมู่ 8 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมืองกาญจนบุรี สังเกตเห็นชายลักษณะคล้ายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงจากรถแท็กซี่ ก่อนรีบวิ่งไปขึ้นรถยนต์กระบะที่จอดรออยู่ด้วยท่าทีมีพิรุธ
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้เร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามขับรถจักรยานยนต์ติดตาม แต่ไม่สามารถไล่ทันได้ เนื่องจากขณะนั้นมีฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สามารถสกัดและควบคุมรถยนต์กระบะคันที่รับตัวชาวต่างชาติไว้ได้
จากการตรวจสอบพบผู้โดยสารเป็นชายชาวจีน 4 คน และคนขับรถเป็นชายชาวมอญ ทราบชื่อ นายสุชาติ (ไม่มีนามสกุล) อายุ 34 ปี อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี โดยชาวจีน 3 รายไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวได้ ส่วนอีก 1 รายมีหนังสือเดินทาง แต่ไม่มีการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือไอโฟนหลายรุ่น ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าสีดำจำนวน 77 เครื่อง และพบโทรศัพท์ที่ชาวจีนทั้ง 4 คนพกติดตัวอีกคนละ 1 เครื่อง รวมของกลางทั้งหมด 81 เครื่อง จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี
จากการสอบปากคำ นายสุชาติ ให้การเพียงว่า ได้รับว่าจ้างเป็นเงิน 2,000 บาท ให้ขับรถไปรับชาวจีนทั้ง 4 คน บริเวณบ้านเขาเม็ง ต.ปากแพรก โดยมีรถแท็กซี่นำมาส่งกลางทาง ก่อนจะให้ตนขับรถยนต์กระบะพาไปส่งที่บ้านพุเลียบ ต.แก่งเสี้ยน ซึ่งจะมีบุคคลอื่นมารับตัวต่ออีกทอดหนึ่ง แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน
ขณะที่การสอบสวนชาวจีนทั้ง 4 คน ผ่านล่ามแปลภาษา ให้ข้อมูลว่า ได้รับการติดต่อจากเพื่อนชาวจีนที่ทำงานอยู่ในศูนย์สแกมเมอร์ พื้นที่อำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านพระเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ชักชวนให้เดินทางจากประเทศกัมพูชาไปทำงานด้วยกัน พร้อมกำชับให้นำโทรศัพท์มือถือทั้งหมดติดตัวมาด้วย
ชาวจีนทั้ง 4 คนอ้างว่า หลังหลบหนีข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศไทย ได้มีผู้มารับส่งเป็นทอดๆ โดยรถยนต์กระบะที่ถูกจับกุมได้เป็นยานพาหนะคันที่ 4 ที่มารับตัว เพื่อเดินทางไปยังจุดนัดหมาย ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับได้ในที่สุด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลตรวจสอบเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการ และที่มาของโทรศัพท์มือถือจำนวนมากที่ตรวจยึดได้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

