อุดรธานี – เปิดใจเจ้าของร้านเล็กๆ ในบ้านไม้เก่าเมืองอุดรฯ ย้อนนาทีประวัติศาสตร์ชีวิต "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" เสด็จฯ เสวยเป็นการส่วนพระองค์ถึง 5 ครั้ง เผยทรงโปรดเมนู "เสือร้องไห้" เสวยจนหมดจาน แถมมีรับสั่งห้ามปิดร้าน-ให้ลูกค้าทานตามปกติอย่างไม่ถือพระองค์ เจ้าตัวเผยเรื่องสุดอัศจรรย์ จุดประทับนั่งคือจุดเดียวกับที่ตัวเองคลอดลืมตาดูโลก
จากร้านอาหารอีสานธรรมดาๆ ในบ้านไม้เก่าๆ ที่ไม่มีใครคาดคิด วันหนึ่งกลับได้รับพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหารเป็นการส่วนพระองค์ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจและเป็นสิริมงคลสูงสุดแก่ร้านและวงศ์ตระกูล
นายเชี่ยวชาญ ศักดิ์ประติมากร อายุ 59 ปี เจ้าของร้านข้าวคั่วหัวหอม ย้อนความทรงจำในวันแรกอย่างตื่นเต้นว่า ตนเองไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต ตอนนั้นร้านเป็นเพียงร้านลาบเล็กๆ บ้านไม้เก่าๆ ไม่ได้สวยงามอะไร จนกระทั่งมีเพื่อนข้าราชการตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งด่วนว่าจะมี "พระองค์ท่าน" เสด็จมาเสวยพระกระยาหารเที่ยงที่ร้านในช่วงบ่าย
"ตอนนั้นตกใจมากครับ ตกใจสุดๆ ทำตัวไม่ถูกเลย เพราะในชีวิตเคยดูแต่ข่าวพระราชสำนัก ไม่รู้ว่าต้องกราบท่าไหน ต้องทำตัวยังไง" เจ้าของร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงยังคงตื่นเต้น
หลังจากได้รับแจ้งไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เจ้าหน้าที่ทหารหน่วย EOD ชุดแรกก็รุดเข้าเคลียร์พื้นที่ทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่หน้าบ้าน ห้องน้ำ ในครัว ไปจนถึงหลังบ้าน จากนั้นตามด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากส่วนกลาง และตำรวจท้องที่เข้ามาวางกำลังอารักขาตามจุดต่างๆ อย่างเข้มงวด
ด้วยความเกร็งและตื่นเต้น เจ้าของร้านสารภาพว่าแอบหลบอยู่แต่ในครัวหลังบ้าน ไม่กล้าออกมา จนกระทั่งมหาดเล็กและแม่นมของพระองค์ท่านเดินเข้ามาพูดคุยอย่างเป็นกันเองว่า "ไม่ต้องตื่นเต้น ใจเย็นๆ ท่านเป็นกันเอง ไม่ต้องซีเรียสมาก" ก่อนที่มหาดเล็กจะดึงมือเจ้าของร้านให้เข้ามาเข้าเฝ้าฯ เพื่อแนะนำเมนูอาหารด้วยตัวเอง
ทางร้านจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเมนูเด็ดสูตรย่างเตาถ่านโบราณอันขึ้นชื่อของร้าน ประกอบด้วย พวงนมย่างคอหมูย่าง เสือร้องไห้ ลาบเป็ด ส้มตำ และข้าวเหนียว ซึ่งเมนูที่พระองค์ท่านทรงโปรดปรานเป็นพิเศษคือ "เสือร้องไห้" โดยทรงเสวยจนหมดจานเลยทีเดียว
สิ่งที่สร้างความปลาบปลื้มและประทับใจแก่เจ้าของร้านและลูกค้าในร้านอย่างมิรู้ลืม คือพระจริยวัตรอันเรียบง่ายและไม่ถือพระองค์ โดยมหาดเล็กแจ้งกับทางร้านว่า "ห้ามปิดร้านเด็ดขาด" และพระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า ไม่ต้องให้ลูกค้าคนไหนลุก ใครนั่งทานอยู่ ก็ให้ทานตามปกติ และให้ทุกคนทำตัวตามสบาย
หลังจากวันแรก พระองค์ท่านได้เสด็จมาเสวยที่ร้านแห่งนี้รวมทั้งหมดถึง 5 ครั้ง ซึ่งในครั้งต่อๆ มา ทางร้านได้จัดเตรียมจานชามชุดพิเศษไว้คอยต้อนรับเป็นการเฉพาะ ซึ่งปัจจุบันยังคงเก็บรักษาไว้ในตู้โชว์ด้านหลังร้านเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมาปฏิบัติพระกรณียกิจที่จังหวัดอุดรธานี จะทรงมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่โทรศัพท์มาสั่งอาหารใส่ห่อกลับไปเสวย โดยให้ขอบิลในนาม "วังสุโขทัย" ซึ่งมหาดเล็กเน้นย้ำว่าให้คิดราคาปกติธรรมดา ไม่ต้องเกรงใจ
เจ้าของร้านกล่าวทิ้งท้ายว่า ร้านลาบแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2541 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 30 ปีแล้ว และมีเรื่องน่าอัศจรรย์ใจคือ ตนเองคลอดตามธรรมชาติ (หมอตำแย) ที่บ้านหลังนี้ ในวันอังคาร เวลาแปดโมงเช้า ซึ่งจุดที่พระองค์ท่านประทับนั่งเสวย (โต๊ะหน้าเคาน์เตอร์) นั้น ตรงกับตำแหน่งที่ตนเองคลอดออกมาลืมตาดูโลกพอดี
"ความรู้สึกมันเกินบรรยาย เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลและร้านมาก พูดแล้วยังขนลุก หลังจากนั้นมาพอคนรู้ว่าพระองค์ท่านเสด็จฯ มาเสวย เมนูเสือร้องไห้ก็ขายดีและมีชื่อเสียงขึ้นเรื่อยๆ แม้ในวันนี้จะไม่มีโอกาสได้คอยรับใช้พระองค์ท่านแล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นคือสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดในชีวิตที่จะไม่มีวันลืมเลือน" นายเชี่ยวชาญ กล่าวด้วยความซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณ

