xs
xsm
sm
md
lg

ร้านอาหารไซส์ S ร้อง ครม.เงา โอด “ไทยช่วยไทยพลัส” ซ้ำเติม ยอดขายฮวบ วอนรัฐปรับเกณฑ์ช่วยเข้าโครงการ 3 เดือนที่เหลือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ตัวแทนร้านอาหารไซส์ S เข้าชี้แจง ครม.เงาพรรคส้ม โอด “ไทยช่วยไทยพลัส” ซ้ำปัญหายอดขายตกฮวบ วอนรัฐปรับเกณฑ์ช่วยให้เข้าโครงการ 3 เดือนที่เหลือ

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ครี้งที่ 6 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธานการประชุม พร้อมแถลงผลการประชุมในประเด็นกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารได้รับผลกระทบจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส

นายวรัญญู ทิพยมนตรี ตัวแทนของสมาคมร้านอาหาร กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจทำให้ร้านอาหารเนี่ยในระดับ S และ SME ยอดขายตกมาประมาณ 2-3 ปี ที่ผ่านมา และคลื่นลูกใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจัง ๆ เลยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงและทางอ้อมสูงขึ้น กำลังการซื้อของประชาชนลดลง ขณะที่โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ออกมากำหนดสิทธิ์ว่า ร้านอาหารที่จดทะเบียนถูกต้อง มียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยวันละ 5,000 บาท ก็ยิ่งทำให้ยอดขายของเราตกลงไปอีกเยอะมาก เพราะประชาชนเทไปใช้สิทธิ์ในฝั่งที่เป็นรากหญ้า สตรีทฟู้ดทั่วไป โดยยอดขายก็ตกลงมาค่อนข้างเยอะ จริง ๆ อย่าง

"ผมมีอยู่ร้านราว ๆ 40-50 สาขาทั่วประเทศมีพนักงานอยู่ในเครือก็ราว ๆ 300-400 คน ก็อยากเสนอให้รัฐบาลเล็งเห็นว่า ธุรกิจร้านอาหารเนี่ยในระดับ S ที่ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท ให้สามารถร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสได้ด้วย เพราะพวกเราก็สะบักสะบอม ก็ได้ ได้ทำการเสนอใน ครม. เงาในวันนี้ด้วย"นายวรัญญู กล่าว

นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นกานลงโทษผู้ประกอบการที่ทำดี ซึ่งร้านอาหาร อาจไม่ต้องใหญ่ แต่ว่าจดทะเบียนนิติบุคคล จดเป็นห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทอย่างถูกต้อง เสียภาษีอย่างถูกต้อง รัฐบาลกลับมองว่าเมื่อเขาจดทะเบียนแล้วแปลว่า เป็นร้านใหญ่ ซึ่ง เป็นวิธีคิดที่อาจจะขาดรายละเอียด เพราะร้านไซส์ S ไม่ได้ใหญ่เสมอไป ขณะที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายทั่วไปที่ไม่ได้จดนิติบุคคลที่อาจจะมียอดขายเยอะด้วยก็ได้ แต่ได้เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ส่วนร้านที่จดทะเบียนนิติบุคคลถูกต้อง เสียภาษีถูกต้อง ไม่ได้เข้า เลยเป็นความเหลื่อมล้ำและกลายเป็นการลงโทษผู้ที่ทำดี

ดังนั้น ในโอกาสที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังมีเวลาอีก 3 เดือนกว่าจะสิ้นสุดโครงการจึงก็อยากเรียกร้องให้รัฐบาลปรับแก้กฎเกณฑ์ของฝั่งร้านค้า ร้านอาหาร โดยให้ นิติบุคคลไซส์ S ที่จดทะเบียนถูกต้องสามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในช่วงเวลาที่เหลือได้ด้วย อีกส่วนหนึ่ง คือ ผู้ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส จากที่รัฐบาลตั้งสิทธิ์ไว้ 30 ล้านสิทธิ์ มีผู้ลงทะเบียนปัจจุบัน อยู่ประมาณ 26 ล้านคน เท่ากับว่ายังมีอีกประมาณ 4 ล้านคน ที่ยังไม่ได้เข้ามาลงทะเบียนเพื่อขอสิทธิ์สิทธิ์ แปลว่ามีวงเงินเหลือประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถนำงบฯ ก้อนนี้ มาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการนิติบุคคลที่ทำถูกต้องได้ด้วย และเป็นการจูงใจให้ร้านค้าเข้าระบบภาษีได้ด้วย

นายณัฐพงษ์ กล่าวตอนท้ายว่า ทางฝั่งผู้ประกอบการก็โดนวิกฤตปัญหาหลายอย่างรุมล้อม ทั้งวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจที่ทำให้กำลังซื้อหดตัว ทั้งนี้ วันนี้รัฐบาลบอกว่ากำลังจะเอาโครงการไทยช่วยไทยพลัสเข้าไปเข้าร่วมแพลตฟอร์ม ซึ่งจริงๆ ก็มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้ากำลังโดนแพลตฟอร์มเอาเปรียบอยู่ ดังนั้นเราเองต้องช่วยกันตั้งคำถาม ว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินโครงการแบบนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร

"เราไม่ได้ค้านในส่วนนี้ แต่ว่าอย่างที่บอก อย่าทำงานหยาบ ถ้าทำงานละเอียดลงในรายละเอียด จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่านี้" นายณัฐพงษ์ กล่าว