ราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงสู่ระดับ 70 ดอลลาร์เศษๆ ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) หลังทรัมป์และผู้นำอิหร่านลงนามข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลาง และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้การเจรจาขั้นสุดท้ายในช่วงเวลา 2 เดือนนับจากนี้ยังไม่อาจวางใจได้เต็มร้อยก็ตาม โดยทรัมป์ขู่พร้อมกลับไปโจมตีอีก ถ้าเตหะรานละเมิดข้อตกลง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามข้อตกลงยุติสงครามกับอิหร่านเมื่อคืนวันพุธ (17) ก่อนร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดจี7 จัดขึ้นที่พระราชวังแวร์ซายส์ ชานกรุงปารีส
ขณะเดียวกัน เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน แถลงว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ลงนามรับรองข้อตกลงดังกล่าวเช่นเดียวกัน และสำทับว่า ขณะนี้คือเวลาในการทดสอบว่าจะมีการดำเนินการตามข้อตกลงหรือไม่
ในวันพฤหัสฯ (18 มิ.ย.) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบโลกที่ต่ำลงนับจากข่าวอเมริกาและอิหร่านตกลงกันได้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงลดลงต่อเนื่องอีก จนกระทั่งในตอนสายของตลาดลอนดอน (ราวๆ ตอนค่ำเวลาเมืองไทย) น้ำมันดิบชนิดเบรนท์ลดลงจากราคาปิดวันก่อน 1.9% อยู่ที่ 78.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบชนิดเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต ลงมา 2.4% อยู่ที่ 74.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สู่สันติภาพ?
ข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งอยู่ในรูปของ “บันทึกความเข้าใจ” (เอ็มโอยู) มุ่งยุติการสู้รบขัดแย้งซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากการที่อเมริกาจับมืออิสราเอลถล่มโจมตีอิหร่านเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ แล้วเตหะรานตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนโจมตีประเทศริมอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานที่ทางทหารของอเมริกา ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกพุ่งทะยาน หลังจากการสู้รบดำเนินมาได้ 5 สัปดาห์ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงเมื่อต้นเดือนเมษายน ทว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด โดยที่อเมริกาประกาศปิดล้อมทางทะเลท่าเรือต่างๆ ของอิหร่านอีกด้วย ถึงแม้สองฝ่ายมีการติดต่อเจรจากันทางอ้อมเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพ จนกระทั่งสหรัฐฯกับอิหร่านต่างแถลงช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า สามารถทำดีลและลงนามเบื้องต้นกันแล้ว โดยจะมีการลงนามจริงในวันศุกร์ (19) อย่างไรก็ดี ในที่สุดทั้งสองฝ่ายได้ลงนามกันก่อนกำหนด นั่นคือตั้งแต่คืนวันพุธ ตามเวลาในปารีส
นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟของปากีสถาน ซึ่งเป็นคนกลางสำคัญในการเจรจาทางอ้อมระหว่างสองฝ่าย และได้ร่วมลงนามในข้อตกลงนี้ด้วย โพสต์ทางแพลตฟอร์ม X ว่า ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้นับจากวันพุธ และอิหร่านจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที
ตามเอ็มโอยูที่ทรัมป์และเปเซชเคียนลงนาม และสองฝ่ายมีการเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการครั้งแรกนั้น มีการประกาศยุติการสู้รบอย่างเป็นทางการ, ทั้งสองฝ่ายจะเจรจารายละเอียดของประเด็นปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ภายในเวลา 60 วันแต่สามารถต่ออายุได้, อิหร่านจะดำเนินการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือโดยจะไม่คิดค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน, วอชิงตันรับปากว่า จะยกเลิกการห้ามอิหร่านส่งออกน้ำมันทันที, ยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน, ปลดล็อกทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกอายัดในต่างประเทศ, และหลังจากบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานแล้ว อเมริกาจะดำเนินการเพื่อเริ่มต้นกองทุนฟื้นฟูบูรณะอิหร่านมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ซึ่งประเทศอ่าวเปอร์เซียจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุน
ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่เจนีวาเมื่อวันพฤหัสฯ ว่า IAEA พร้อมเริ่มกำหนดขั้นตอนรูปธรรมที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้ข้อตกลงอเมริกา-อิหร่านบรรลุผล
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านจะลดความเข้มข้นของสต็อกยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งอาจทำได้ด้วยการเจือจางยูเรเนียมในสถานที่ดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของ IAEA
ทว่า สำหรับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ยืนยันว่าไม่รวมอยู่ในข้อตกลง
ทางด้านทรัมป์ดูเหมือนยอมผ่อนคลายจุดยืนด้านนี้ โดยกล่าวว่า ถ้าประเทศอื่นๆ มีขีปนาวุธ การห้ามอิหร่านมีอาวุธดังกล่าวอาจไม่ยุติธรรม
เก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งดูเหมือนทรัมป์จะยอมอ่อนข้อเป็นอย่างมาก ได้แก่เรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยที่ในเอ็มโอยูนี้ ระบุเพียงว่า อิหร่านจะดำเนินการโดยใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเปิดทางเรือพาณิชย์ผ่านแบบไม่ถูกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 เท่านั้น ซึ่งเหมือนเป็นการยอมรับว่าหลังจากนั้นอิหร่านสามารถเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมได้
ทั้งนี้ แม้ในเอ็มโอยูมีการระบุว่า อิหร่านจะเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นอีกชาติหนึ่งนอกเหนือจากอิหร่านซึ่งมีดินแดนติดกับช่องแคบฮอร์มุซ ในการกำหนดรูปแบบการบริหารและการบริการทางทะเลในอนาคตสำหรับช่องแคบนี้ ภายใต้การพูดคุยหารือกับบรรดารัฐชายฝั่งทะเลอ่าวเปอร์เซียอื่นๆ ตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องและสิทธิอธิปไตยของรัฐชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ แต่จากการสู้รบขัดแย้งที่ผ่านมา ทำให้นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่ามีโอกาสสูงที่ชาติเหล่านี้จะตัดสินใจยินยอมจ่ายค่าธรรมเนียมให้อิหร่าน เพื่อแลกเปลี่ยนกับความมั่นคงปลอดภัยของพวกตน
การที่ทรัมป์ตัดสินใจยุติสงครามคราวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับพวกพันธมิตรในอเมริกาของทรัมป์ รวมทั้งเปิดทางให้ฝ่ายค้านวิพากษ์โจมตีเขาว่าก่อสงครามซึ่งสร้างความสูญเสียสูงลิ่ว โดยที่อเมริกาไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย
ทรัมป์เองดูเหมือนรู้อยู่แก่ใจ จึงประกาศระหว่างร่วมซัมมิตจี7 เมื่อวันพุธว่า อเมริกาพร้อมถล่มอิหร่านให้วอดวาย หากมีการละเมิดข้อตกลง
ทว่า บิลล์ แคสซิดี้ วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ตำหนิว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นความผิดพลาดด้านนโยบายดสนต่างประเทศที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เพราะนอกจากเป้าหมายด้านนิวเคลียร์ไม่ถูกจำกัดแล้ว อิหร่านยังเรียนรู้ว่า การใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นอาวุธได้ผลเป็นอย่างดี
อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่อาจขัดขวางข้อตกลงขั้นสุดท้ายคือ การที่อิหร่านยืนกรานว่า ข้อตกลงต้องครอบคลุมเลบานอน ซึ่งถูกดึงเข้าสู่สงครามหลังจากฮิซบอลเลาะยิงจรวดเข้าไปในอิสราเอลเมื่อวันที่ 2 มี.ค. เพื่อแสดงการสนับสนุนอิหร่าน
แม้ความรุนแรงในเลบานอนเบาบางลงหลังการประกาศข้อตกลง แต่อิสราเอลยังส่งโดรนโจมตีทางใต้ของเลบานอนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนเมื่อวันพฤหัสฯ ขณะที่กองทัพอิสราเอลแถลงว่า ทหารเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บ 7 นายระหว่างการสู้รบทางใต้ของเลบานอนในวันพุธ
นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่อิสราเอลสองคนยังเปิดเผยกับรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสฯ ว่า รัฐบาลกำลังเจรจากับอเมริกาเพื่อคงทหารในดินแดนตอนใต้ของเลบานอนต่อไป โดยผลลัพธ์ของการเจรจาจะขึ้นอยู่กับว่า ทรัมป์จะบังคับโดยขู่ใช้มาตรการตอบโต้ หากอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงชั่วคราวกับอิหร่านหรือไม่
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ยืนกรานว่า จะไม่ยอมถอนทหารออกจากเลบานอน รวมทั้งซีเรีย และกาซา ซึ่งอิสราเอลอ้างว่า เป็นเขตกันชนระหว่างอิสราเอลกับศัตรู
(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์/MGR Online)

